โนโหวต

logo-thai-rath.gif

คงจะทนแรงกดดันไม่ไหว พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ต้องประกาศว่า “คมช.จบเรื่องนี้แล้ว” นั่นคือเรื่องที่จะนิรโทษกรรม 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกเว้นวรรค 5 ปี

แม้จะแย้มว่า “ทักษิณ” และผู้ที่เกี่ยวข้องไม่เข้าข่ายก็ตามประเด็นสำคัญก็คือเมื่อศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งตัดสินคดีไปได้ เพียงไม่กี่วัน แต่ คมช.มาเล่นแบบนี้เหมือนไม่ไว้หน้ากันเลย พูดง่ายๆ ข้อเสนอนี้ผิดที่ผิดเวลา…ว่างั้นเถอะ

แม้ความตั้งใจต้องการความ “สมานฉันท์” ที่มีเหตุผล แต่ก็ต้องคำนึงถึงศาลด้วยเช่นกันแนวคิดนี้ไม่รู้ว่าเป็นไอเดียของใคร เพราะประธาน คมช.ก็บอกว่ามีคนเสนอความคิดและเห็นด้วย จึงต้องการผลักดันและโยนไปให้ สนช.และรัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี เรื่องนี้มีความเห็นไปใน 2 ทาง1. คัดค้านหัวชนฝา เพราะเมื่อศาลตัดสินว่าผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด ที่สำคัญ ยังไม่ยอมรับผิด ไม่สำนึก แล้วจะไปนิรโทษกรรม ให้ทำไม2. เห็นว่าน่าจะเป็นทางเพื่อให้ความขัดแย้งคลี่คลายไปในทางที่ดี และในจำนวน 111 คนนั้นส่วนใหญ่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จึงน่าจะได้รับความเป็นธรรมแม้จะเห็นด้วย แต่ก็ไม่เห็นด้วยที่ประธาน คมช.เร่งรีบเกินไปเหนืออื่นใด เรื่องนี้คงจะต้องพับไปก่อนแน่ เพราะมันยังเป็น “ของร้อน” ที่ยังไม่มีใครกล้าเล่น

นายกฯก็ถอยฉาก สนช.ก็ถอยฉาก แม้แต่ คมช.ที่บอกว่ามีอำนาจเต็มๆก็ยังต้องใส่เกียร์ถอยหลังแน่นอนว่า เมื่อ คมช.ผลักดันตรงนี้ไม่ได้ก็คงต้องเผชิญเกมยาวกับนักการเมืองค่ายนี้ต่อไป เพราะโอกาสที่จะ “สมานฉันท์” คงเป็นไปได้ยากแล้วเมื่อต่างฝ่ายต่างยืนกันคนละมุมนอกเหนือจากเคลื่อนไหวให้ยกเลิกประกาศ คปค. ฉบับที่ 15 และ 27 เพื่อให้นักการเมืองสามารถที่จะดำเนินกิจกรรมได้ เรียกว่าปลดโซ่ตรวนทางการเมืองระดับหนึ่ง

ซึ่งประเด็นนี้ดูเหมือนพรรค การเมืองทุกพรรคจะเห็นพ้องแต่ในรายละเอียดคงจะต่างกัน เพราะวันนี้ต้องยอมรับว่าต่างชิงความได้เปรียบทางการเมืองทุกขบวนท่า ทำให้เกิดการเบี่ยงเบนในประเด็นเรียกร้อง แน่นอนว่าประกาศ คปค. ฉบับที่ 27 ที่เกี่ยวพันกับ 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยด้วยดีไม่ดีอาจจะหลุดตรงนี้ก็ได้

ในทางกลับกัน คมช.ก็ต้องคิดหนักเข้าไปอีก เพราะสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นจริงหลังวันยุบพรรคดูเหมือนจะทำให้เกิดแนวร่วมต่อต้าน คมช.ที่กระชับเกลียวมากขึ้นเพราะกลายเป็นอุดมการณ์ร่วมแม้ที่มาที่ไปจะเป็นยังไงก็ตาม “ม็อบรับจ้าง” กับ “ม็อบการเมือง” ก็กลายเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะมีเป้าหมายตรงกันและถ้าหากยังไม่สามารถยกเลิกประกาศฉบับที่ 15 และ 27 ได้

เนื่องจากยังไม่แน่ใจในสถานการณ์ ก็ยังเป็นข้ออ้างไปได้อีกนานเพราะความเป็นจริงมันก็เป็นเช่นนั้น เนื่องจากปมความขัดแย้งมันพัฒนาไปสู่การเผชิญหน้ากันแล้วไทยรักไทยนั้นเจอปัญหาแน่ เพราะจะต้องตั้งพรรคการเมืองใหม่ หากไม่ทันกาลอาจจะสูญพันธุ์กันไปเลยหรืออาจจะแตกกระสานซ่านเซ็นอีกครั้งเพื่อไปหาพรรคการเมืองอื่นสังกัด มิฉะนั้นก็ไม่ได้เข้าสู่เวทีการเมืองทางหนึ่งอาจจะทำให้ คมช.สบายใจ เพราะไม่มีนักการเมืองกลุ่มนี้เข้าสู่อำนาจ หรือแม้จะไปอยู่พรรคอื่นก็คงมิอาจคิด หรือทำอะไรต่อ คมช.ได้ เพราะเงื่อนไขเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยนแต่ให้ระวัง “โนโหวต” มันจะกลับมาหลอกหลอนอีก.       

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: