Thailand’s Coup Fallout

by John Berthelsen / Asia Sentinel

8 June 2007

 

Economic signs in Bangkok are mixed, as the junta’s policies chip away at investor confidence.

The first tangible signs are starting to emerge that, as expected, policies put in place after Thailand’s military coup last year are having a negative effect on the country’s economy, with both domestic and foreign investment declining and growth in consumer spending falling to 1.3 percent annually.

Although the economy expanded faster than expected, at 4.3 percent in the first quarter against a forecast 3.7 percent, the rise in gross domestic product was built largely on exports, which comprise 60 percent of the economy, and government spending.

The junta, which ousted former Prime Minister Thaksin Shinawatra in September 2006, has made a series of ill-considered economic moves, including halting the longstanding practice of using nominee firms to bypass the 49 percent foreign ownership restriction. The military-appointed government also instituted measures aimed at stemming speculative short-term capital inflows. The rules were designed to force overseas investors to deposit 30 percent of non-trade-related baht purchases worth more than US$20,000 with the central bank, interest-free for one year. If the money is withdrawn before 12 months, the Bank of Thailand keeps a third of it, which effectively raises transaction costs 10 percent. Read the rest of this entry »

ศึกโละบอร์ด ทอท.มวยล้ม สพรั่ง กลับลำตั้งทีมเพชรฆาตบั่นคอ คิง เพาเวอร์

bm-logo.gif

      ศึกประชุมบอร์ด ทอท.นัดพิเศษ  โละกรรมการหลังยาว  เป็นมวยล้มต้มคนดู  สพรั่ง  กลับลำไม่ตะเพิดบอร์ด ปลุกทุกคนร้อยใจทำงานเป็นทีม ส่วนปัญหา คิง เพาเวอร์ พลิกอีก สั่งสู้ตายตั้งทีมพิเศษร่วมอัยการสูงสุดลุยคดีถึงที่สุด มั่นใจชนะ เพราะไม่มีสัญญาร่วมทุน      พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยหลังการประชุมในวันที่ 7 มิ.ย.50 ว่า ได้ขอร้องให้กรรมการในบอร์ดทุกคนทำงานกันเป็นทีม ซึ่งกรรมการทุกคนก็รับปาก ทั้งนี้ ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนตัวกรรมการในบอร์ด แต่เป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน ซึ่งจะเริ่มต้นเมื่อไรนั้นจะต้องรอให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาการ ผบ.ตร. เข้ามาทำงานก่อน

      นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง โฆษกคณะกรรมการ ทอท. กล่าวว่า ในที่ประชุมเห็นว่าการฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเสียหายของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ คิดเป็นมูลค่ากว่า 68,000 ล้านบาท นั้นเป็นเรื่องปกติตามที่คาดการณ์ไว้ และไม่มีความหนักใจกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งทาง ทอท.ได้เตรียมพร้อมโดยการตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำงานร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อรวบรวมหาหลักฐานในการต่อสู้กับทางบริษัท คิง เพาเวอร์ แต่อย่างไรก็ตาม ทอท.ต้องการให้คดีความเป็นไปด้วยความเรียบร้อยอย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งหากมีการฟ้องบริษัท คิง เพาเวอร์ จริง คาดว่า ทอท.จะต้องเป็นฝ่ายชนะคดีอย่างแน่นอน เนื่องจากบริษัท คิง เพาเวอร์ ทำผิด พ.ร.บ.ร่วมทุนปี พ.ศ.2535 ทั้งนี้ ทาง ทอท.อาจจะมีการฟ้องผิดทางอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องหรือสมรู้ร่วมคิดในการดำเนินการทำสัญญา คิง เพาเวอร์ Read the rest of this entry »

ของจริงอยู่ที่เมืองไทย

logo-thai-rath.gif

รอจนกระแสเริ่มซา อารมณ์กองเชียร์ไทยรักไทยเริ่มเย็นลงแล้ว ถึงค่อยเปิดตัวออกมา นั่นย่อมแสดงถึงเจตนาที่บริสุทธิ์ ไม่มีเรื่องของผลประโยชน์แอบแฝง

กับปรากฏการณ์ที่นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ นายประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช นายฐาปนันท์ นิพิฎฐกุล นายปิยบุตร แสงกนกกุล และนายธีระ สุธีวรางกูร 5 อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกันออกแถลงการณ์เกี่ยวกับคำวินิจฉัยยุบพรรค

เน้นไปที่ปัญหาข้อกฎหมายที่อาจส่งผลอย่างรุนแรงในระบบกฎหมายไทย โดยเห็นว่า การวินิจฉัยให้ใช้กฎหมายย้อนหลังในทางที่เป็นผลร้ายต่อบุคคล

ขัดหลักกฎหมายทั่วไป “การให้เหตุผลของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญอาจจะกระทบกระเทือนกับการเรียนการสอนในทางนิติศาสตร์อย่างรุนแรง และยังน่ากังวลอย่างยิ่งว่า แนวทางการวินิจฉัยเช่นนี้ อาจจะถูกนำไปใช้เป็นบรรทัดฐานต่อไปในการออกกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของราษฎร และนับจากนี้ไป ราษฎรจะเชื่อมั่นและไว้วางใจการใช้อำนาจรัฐได้อีกหรือไม่ วิญญูชนย่อมตรึกตรองได้เอง คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำวินิจฉัยนี้” ถือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์เชิงวิชาการ แย้งกันในแง่ของมุมมองกฎหมาย สอดรับกับคำวินิจฉัยส่วนตนของนายธานิศ เกศวพิทักษ์ 1 ใน 3 ตุลาการรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย ที่เห็นว่าไม่ควรนำประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 ที่กำหนดโทษตัดสิทธิเลือกตั้งมาบังคับใช้ เพราะรัฐไม่พึงออกกฎหมายมีผลย้อนหลังเป็นผลร้ายแก่บุคคล ตามหลักความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำของฝ่ายนิติบัญญัติที่เป็นพื้นฐานของหลักนิติรัฐ Read the rest of this entry »

เวทนาคนไทย

bm-logo.gif

คอลัมน์ : ฉลามเขียว
      ตัวผมตั้งใจอยู่แล้วว่า จะไม่ไปออกเสียงแสดงประชามติรัฐธรรมนูญ
      แต่ก็อดไม่ได้ที่จะขอแส่ด้วย ในการทำหน้าที่ของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเท่าที่ดูแล้ว เกิดความสงสารคนไทยเป็นอย่างมาก

      ทำไมจะต้องได้คนอย่างนี้มายกร่างรัฐธรรมนูญให้คนไทยทั้งชาติ
      ใน กมธ.ยกร่าง 35 คน ท่านที่ดีจริงๆ มีเยอะกว่า ส่วนที่แอ็บนอร์มอลมีน้อย แต่พลังเยอะ
      อ่านข่าวแต่ละวัน ถกเถียง ด่าทอ แฉ ลากไส้ กันเองอย่างน่ารังเกียจเดียดฉันท์ที่สุด
      ทำให้ กมธ.คนที่ไม่ได้ทำความผิดด้วย ต้องมัวหมองไปด้วยอย่างน่าเสียดายชื่อสกุล

      ผมเวทนาพระสงฆ์พุทธ ที่ต้องไปทนทุกข์ทรมาน อดอาหารอยู่หน้าสภา หลับนอน พักผ่อนด้วยความยากลำบากแสนสาหัส ในขณะที่สงฆ์เหล่านี้คือผู้แทนของพระพุทธเจ้า เป็นสาวกของตถาคต มีหน้าที่จรรโลงพระพุทธศาสนา ให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

      แต่ทำไม ถึงได้ดูถูกดูแคลนพระสงฆ์สมณะหนักหนาถึงขนาดนี้

      ตอนแรกผมตั้งใจว่า จะยังไม่เขียนอะไรว่าด้วยร่างรัฐธรรมนูญ จนกว่าร่างที่ 2 จะเสร็จสมบูรณ์ แต่มันทนไม่ได้จริงๆ เลยต้องเอามาเขียนอีกในวันนี้

      มีข่าวออกมาว่า ตกลงกันได้แล้ว วุฒิสมาชิก จะให้มี 160 คน
      ส่วนแรก มาจากการเลือกตั้งตรงของประชาชน จังหวัดละ 1 คน รวมแล้วส่วนนี้ 76 คน
      ส่วนที่เหลือเป็นตัวแทนสาขาอาชีพ มาจากการสรรหา ซึ่งก็คือ 84 คน
      ใครจะสรรหา
      ก็พวกอมาตยาธิปไตยนั่นแหละ
      และอมาตยาธิปไตยจะได้ ส.ว.เกินครึ่งสภาฯ ทันที เพราะจะมีสิทธิ์สรรหา 84 คน
      ส่วนประชาชนผมก็ว่า คงจะบ้าตาย

      เพราะบางจังหวัดใหญ่เบ้อเร่อ แต่เลือก ส.ว.ได้แค่คนเดียว เท่ากับจังหวัดที่มีประชากรไม่กี่แสนคน

      โคราชกับกระบี่จะมี ส.ว.เท่ากัน
      และถ้าต่อไปจังหวัดเพิ่มขึ้นจาก 76 เป็น 77 หรือ 78 จะไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญตามไปด้วยทุกครั้ง
      ท่านกำหนดอีกว่า คนที่เคยเป็น ส.ส.หรือ ส.ว.ห้ามลงสมัคร ส.ส.จังหวัด
      ที่อีเดียดกว่านั้นก็มี คนที่มีส่วนเกี่ยวพันกับ ส.ส.หรือนักการเมือง ห้ามลงสมัคร ส.ว.
      จะไล่ตรวจดีเอ็นเอกันไหวหรือ

      อะไรคือความเกี่ยวข้อง ซึ่งผมคิดว่าจะวุ่นวายมาก เพราะประเทศไทยไม่เคยมีกฎหมายกำหนดสาแหรกเอาไว้ว่า คนนี้เกี่ยวข้องกับคนโน้น โดยสาแหรกสายไหน

      รัฐธรรมนูญบ้าบออย่างนี้หรือ ที่จะเอามาเป็นแม่แบบวิถีชีวิตคนไทย