Thailand to seize $1.5 billion of Thaksin assets

Reuters 

BANGKOK (Reuters) – Thailand’s army-backed government said on Monday it would seize 21 bank accounts with assets worth 52.9 billion baht ($1.53 billion) held by ousted Prime Minister Thaksin Shinawatra and his wife.

The announcement from the Assets Examination Committee (AEC), established after a September coup against Thaksin, followed months of investigations into alleged corruption during his five years in office.

No charges have been filed in court, but the AEC said it had come to the conclusion “that Thaksin and his cronies had been corrupt and committed wrongdoings,” the panel said in a statement.A former policeman and telecoms tycoon, Thaksin came to power in 2001 at the head of his Thai Rak Thai (Thais Love Thais) party, promising to improve the lives of rural Thais with schemes such as universal public health care and cheap credit for farmers. 

He was very popular in the countryside, but critics and political opponents said he used his vast    personal wealth to blind voters to “policy corruption” under which his companies, such as his family’s Shin Corp telecoms empire, benefited unfairly.The $3.8 billion sale of Shin Corp to Singapore state investment company Temasek in early 2006 triggered mass street protests.

“They have illegally obtained wealth through abuses of power to benefit Shin Corp,” the AEC statement said.Thaksin, who was in New York at the time of the coup, has not been allowed to return to Thailand since. He has spent most of his time in London or traveling round Asia playing golf and giving interviews that have upset Bangkok’s military rulers. 

อายัดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ คตส.จุดไฟ ยั่วยุให้ประชาชนแตกแยก

คตส.จุดไฟ เร่งยั่วยุให้ประชาชนแตกแยก โดยไม่คำนึงหลักนิติศาสตร์ ทั้งๆ ที่ในคดีต่างๆ ยังไม่ได้ขึ้นศาล และยังไม่มีการตัดสิน แต่คตส. กลับลุแก่อำนาจสั่งยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตามคำสั่งพล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน หวังตัดเงินทุนสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุม ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันคตส.ไม่มีอำนาจยึดทรัพย์ ประกาศลั่น บ้านเมืองนี้มีขื่อมีแป ใครทำอะไรไว้ ระวังกรรมจะตามไปเยี่ยมเยือน

         คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) มีคำสั่งอายัดทรัพย์บัญชีเงินฝากของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ทุกบัญชีเงินฝาก ทุกธนาคาร และทุกสถาบันการเงิน โดยอาศัยอำนาจตามความในประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

          ทั้งนี้ ประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 เรื่องการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ระบุว่า”ในกรณีที่เห็นว่าการดำเนินการในเรื่องที่ตรวจสอบมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ และมีพฤติการณ์ว่าบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องของผู้นั้น คู่สมรสและบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้นั้นไว้ก่อนได้”   

         มีกระแสข่าวว่า การประกาศยึดทรัพย์ครั้งนี้ เนื่องจาก พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) คับแค้นใจเป็นอย่างมาก ต่อกรณีการชุมนุมของกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตย ของกลุ่มพลังประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมเฉียดแสนคน เคลื่อนขบวนมาชุมนุมที่กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2550 ที่ผ่านมา และเรียกร้องให้พล.อ.สนธิ ลาออกจากตำแหน่ง  

          กระแสข่าวระบุว่า ก่อนการประกาศคำสั่งดังกล่าว พล.อ.สนธิ ได้มีการหารือกับพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และพลเอกบุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อหาวิธียุติการชุมนุม เพราะหากกระแสพลังประชาชนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจทำให้ อำนาจของคมช. ที่มีอยู่ต้องสิ้นสุดลง   

          โดยมีกระแสข่าวหลุดรอดออกมาว่า พล.อ.สนธิ ได้สั่งการให้คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ดำเนินการอายัดทรัพย์สินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อสกัดท่อน้ำเลี้ยงจากกลุ่มอำนาจเก่าที่สนับสนุนทางการเงินกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนามหลวง เพราะเชื่อว่าหากไม่มีเงินทุนสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมก็น่าจะทำให้การชุมนุมสลายตัวลงได้ในไม่ช้า    

          ขณะเดียวกันมีกระแสข่าวรายงานเข้ามาว่า ทางคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา หนึ่งในคณะกรรมการคตส. ได้มีการติดต่อประสานงานกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของหนังสือพิมพ์เครือผู้จัดการ และเจ้าของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเอสทีวี เพื่อดำเนินการถ่ายทอดสด การแถลงข่าวมติคณะกรรมการคตส. ในการอายัดทรัพย์สิน พ.ต.ท.ทักษิณ ในครั้งนี้ด้วย    

          พล.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวว่าที่ประชุม คมช.อนุญาตให้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการชุมนุมต่อได้แต่ต้องชุมนุมอย่างอารยะ ภายใต้กรอบของกฏหมายไม่ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงและเคารพสิทธิของผู้เข้าร่วมกับเหตุการณ์   

          ขณะเดียวกันเชื่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีเป้าหมายเพื่อล้มคดีต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัวโดยยั่วยุให้เกิดความรุนแรง ทั้งนี้ เห็นว่าหากมีการอายัดทรัพย์ของ พ.ต.ทักษิณ ก็เชื่อว่าจะส่งผลดีให้สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ชุมนุมได้ พร้อมเชื่อว่าภายใน 2 สัปดาห์ หากบรรดาพรรคการเมืองมีความชัดเจนในเรื่องนโยบายเพื่อทำให้สถานการณ์บ้านเมืองคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น  

          โฆษก คมช.ยังกล่าวอีกว่าก่อนการประชุม คมช. ประธาน คมช.ได้เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อประเมินสถานการณ์และหาวิธีรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย  

          ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี คตส. เตรียมแถลงข่าว อายัดทรัพย์สิน พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ได้ตรวจสอบข้อกฎหมายแล้ว คณะกรรมการคตส.ไม่มีอำนาจยึดทรัพย์ตามประกาศของคปค. จะสามารถใช้อำนาจการยึดและอายัดทรัพย์ได้เพียงทางเดียวตามประมวลกฎหมายรัษฎากรผ่านอำนาจของอธิบดีกรมสรรพากรกรณีที่คนที่ถูกประเมินภาษีไม่เอาหลักทรัพย์ไปวาง  

          ” ก็ลองดูครับ บ้านเมืองนี้มีขื่อมีแป แล้วก็ใครทำอย่างไร กรรมก็จะตามไปเยี่ยมเยือนท่านในเวลาไม่ช้า ” นายนพดล กล่าวและว่า   

          หากคตส.กล่าวอ้างกรณีการนำเงินไปซื้อสโมสรฟุตบอล หรือกรณีการต่อท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนามหลวงนั้น ก็เห็นว่าการจะยึดหรืออายัดทรัพย์นั้นต้องมีเหตุที่มีความผิดตามมูลฐาน ขณะที่หากจะกล่าวอ้างก็จะต้องมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ ทั้งนี้ย้ำว่า คตส.ไม่ได้มีอำนาจในการยึดและอายัดทรัพย์แต่อย่างใด   

          นายนพดล กล่าวต่อว่า ขณะนี้ มีคนญี่ปุ่นและคนจีนโพ้นทะเล จำนวนหนึ่ง ในระดับนักธุรกิจขนาดย่อมได้เตรียมการรวมตัวจัดตั้งกลุ่มคนรักทักษิณ (friends of Thaksin) เพื่อแสดงถึงความศรัทธาในตัวพ.ต.ท.ทักษิณ โดยจะมีกิจกรรมในการพบปะกันเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะบุคคลเหล่านี้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง และไม่มีการทำอะไรเพื่อทำลายความมั่นคงของรัฐ  

         “เป็นเพียงแต่การให้กำลังใจกันพูดคุยกันและพบปะพูดคุยกันในเรื่องนโยบายที่เป็นประโยชน์ถ้าหากมีความเป็นประชาธิปไตยกลับคืนมา” นายนพดล กล่าวและว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวส่วนใหญ่คือผู้ที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับพ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว   

          นายจักรภพ เพ็ญแข โฆษกแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ กล่าวว่า การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยฯไม่ได้มีเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯ และครอบครัว ตามที่โฆษก คมช. กล่าวหาและระบุว่า ที่ต้องชุมนุมเป็นเพราะต้องการประชาธิปไตยและขับไล่ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช.  

         โฆษกแนวร่วมประชาธิปไตย กล่าวอีกว่า เห็นด้วยกับการตรวจสอบเรื่องท่อน้ำเลี้ยง ซึ่งน่าจะปฏิบัติมานานแล้วส่วนยึดทรัพย์นั้นไม่เกี่ยวข้องกับท่อน้ำเลี้ยง    

          นายจักรภพ ยังกล่าวถึง คมช. ว่า อย่าได้ปฏิวัติซ้อนในวันศุกร์นี้ เพราะจะเกิดการเผชิญหน้ากับพลังประชาชน 

 ที่มา hi-thaksin.org

ฝีใกล้แตกเต็มแก่แล้ว

logo-thai-rath.gif

คนที่เคยผ่านประสบการณ์พฤษภาทมิฬเมื่อปี 2535 เห็นแล้วเสียววาบ ขนลุกซู่เลย กับภาพเหตุการณ์ช่วงดึกวันที่ 9 มิถุนายน ม็อบแนวร่วมต้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เรือนหมื่น สำแดงพลังเคลื่อนออกถนนราชดำเนิน

ยื้อยุดฉุดกระชากพังแผงเหล็ก ใช้รถดันจนเจ้าหน้าที่ตำรวจหนีกระเจิง ฝ่าด่านบุกปักหลักหน้ากองบัญชาการกองทัพบกเป็นผลสำเร็จ

เปิดเกมเรียกร้อง “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธาน คมช.ให้ออกมาเจรจา ส่งเสียงท้าทาย พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และผู้ช่วยเลขาธิการ คมช. ออกมาเจอกันซึ่งๆหน้า

ก่อนยื่นเงื่อนให้ คมช.ทั้งหมดลาออกภายใน 7 วัน ยั่วตบะ จี้ต่อมโมโห ม็อบบุกท้าทายทหารถึงหน้ากองบัญชาการใหญ่ บรรยากาศเร้า ใกล้จะย้อนรอยประวัติศาสตร์หนังม้วนเก่าเข้าไปทุกที และก็เป็นอะไรที่สะท้อนอารมณ์ของม็อบได้อย่างดี กับคิวที่นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีต ส.ว.นครราชสีมา แนวร่วมพันธมิตรม็อบไล่อดีตนายกฯทักษิณ เปิดแถลงข่าวภายหลังหวุดหวิดโดนม็อบรุมยำ ระหว่างไปปรากฏตัวสังเกตการณ์กลุ่มผู้ชุมนุม

ยอมรับที่ผ่านมาไม่เคยอยู่ในเหตุการณ์การชุมนุมที่รุนแรง ท้าทายขนาดนี้ ไม่มีการพูดคุยกัน สนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง มีการตะโกนด่าอย่างหยาบคาย “มีการกระโดดเตะ กระโดดต่อย มีขว้างขวดน้ำ พรรคพวกผมบอกมีขว้างกระป๋องน้ำมาโดนหัวผมด้วย ผมคลำดูก็เห็นหัวโนเหมือนกัน” นายไกรศักดิ์ยังส่งสัญญาณไปถึงผู้คุมอำนาจ รู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ฝ่ายรัฐบาล เพราะกลุ่มนี้ไม่เน้นสันติวิธีแล้ว และคงจะเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ

เตือนม็อบตั้งท่ารบติดพัน ล่าสุด “บิ๊กบัง” ประกาศกร้าวจะไม่ยอมลาออกตามคำขู่ของม็อบไล่ คมช. แถมตั้งแง่สงสัยในเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ของกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหว

สาดน้ำมันล่อไฟ แสดงท่าทีพร้อมทะเลาะด้วยเลย ฝ่ายหนึ่งพยายามเปิดเกมยั่วเพื่อนำไปสู่การปราบปรามรุนแรง ก่อเงื่อนไขไล่เผด็จการฆ่าประชาชน อีกฝั่งก็ฮึ่มๆจะลุยล้างอีกสักรอบ เพื่อรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ

เป้าหมายบังเอิญตรงกัน เตรียมนับถอยหลัง “นองเลือด” ได้ สัญญาณจากพญาเซียนการเมืองจมูกไวส่งซิกกันภายใน ให้จับตา 10 วันนับจากนี้ ฝีใกล้แตก และถ้าไม่ใช่ไฟต์สำคัญจริงๆ “บิ๊กบัง” ก็คงไม่ถ่อไปออกรอบตีกอล์ฟกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่สนามรอยัลกอล์ฟ ภายในหมู่บ้านเดอะรอยัลกอล์ฟ

วางแผนรับมือสถานการณ์ เบื้องต้นน่าจะตั้งแท่นรอไว้แล้ว พ.ร.บ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เปิดทางสลายม็อบ แต่ทั้งหมดทั้งปวงเลย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดที่เป็นตัวแทนภูมิภาค 12 จังหวัด จำนวน 3,174 คน ถึงความหนักใจของประชาชนต่อการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นเดือนธันวาคม 2550 พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 33.90 กลัวจะต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ขณะที่ร้อยละ 29.36 กลัวจะเกิดความวุ่นวายจนทำให้เกิดการยึดอำนาจและไม่มีการเลือกตั้ง โดยเฉพาะปมหลังนี้ ต้องบอกว่า เข้าเค้า

ว่ากันว่า ในห้วงกลางดึกคืนวันที่ 9 มิถุนายน ช่วงที่แกนนำม็อบบุกถึงหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ตะโกนท้าเหยงๆให้บิ๊ก คมช.ออกมาเจรจา ถ้าไม่ติดว่า เป็นวันสำคัญ ครบรอบ 1 ปี ปรากฏการณ์เสื้อเหลืองทั่วเมืองไทย นักรบกัดฟันกรอด ฮึ่มๆจะลุยอยู่แล้ว. 

บิ๊กแอ้ดโชว์ วิสัยทัศน์ ผ่านจอ

thai-economic.jpg

ในเดือนที่ผ่านมา พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี แถลงผลงาน ครม.ขิงแก่ ในรอบ 6 เดือนหลังจากเข้ามาบริหารประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสนช. รับรู้รับทราบเป็นครั้งแรก

ผลปรากฎโดนอัดยับทั้งจากสมาชิก สนช. และสื่อมวลชน ว่าเป็นการแถลงผลงานที่แสนจืดชืด อีกทั้งไม่มีผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอันให้จับต้องได้ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนคะแนนนิยมของ “บิ๊กแอ๊ด” จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ประชาชนยังให้โอกาสนายกฯ ทำงานต่อไปจนครบเทอม เพียงแต่ขอให้เร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเรื่องปากท้องของชาวบ้าน ความไม่สงบใน 3 จัวหวัดชายแดนใต้ พร้อมกับจัดการเลือกตั้งในปลายปีนี้ตามที่ได้เคยให้คำมั่นสัญญาไว้

จากวันนั้นถึงวันนี้ ล่วงเลยมากว่าครึ่งเดือน พล.อ.สุรยุทธ์ ไขลาน ครม.ขิงแก่ให้เร่งมือเข็นผลงานออกมาเพื่อเรียกศรัทธา จึงได้เห็นความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง และโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานหรืออีโค คาร์ ซึ่งทั้งสองโปรเจคท์นี้รัฐบาลชุดก่อนได้ริเริ่มไว้ก่อนจะถูกยึดอำนาจ

พร้อมกับประกาศขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการทั่วประเทศ 4% ในปีงบประมาณหน้า เป็นการเพิ่มเม็ดเงินในกระเป๋า เพิ่มกำลังซื้อในระบบธุรกิจให้คึกคักขึ้น Read the rest of this entry »

อันดับสันติภาพ

ks.gif

คอลัมน์ รุ้งตัดแวง

สปาย-กลาส

ไม่น่าแปลกใจอะไรที่อิรักครองอันดับสุดท้ายของเมืองที่ไร้สันติภาพมากที่สุดในโลก จากการสำรวจและวิจัยของผู้เชี่ยวชาญสถาบันสันติภาพและศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้งแห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ที่จัดทำดัชนีสันติภาพโลก หรือจีพีไอ (Global Peace index)

จากการศึกษาทั่วโลก 121 ประเทศ โดยใช้ตัวแปรหลายปัจจัย เช่น จำนวนเหยื่อจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทั้งในและนอกประเทศ สงครามครั้งล่าสุดที่ประเทศนั้นๆ มีส่วนเกี่ยวข้อง ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน การเคารพสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย ความโปร่งใส ค่าใช้จ่ายด้านการทหาร การส่งออกอาวุธ

รายงานชี้ว่า ปัจจุบันประเทศต่างๆ ในโลกทุ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศประมาณ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ แต่งบประมาณสำหรับเสริมสร้างสันติภาพกลับเจียดให้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

10 อันดับแรก คือ นอร์เวย์ ครองอันดับหนึ่งและมักเป็นประเทศที่ติดอันดับต้นๆ เสมอในการสำรวจในเชิงบวก ตามมาด้วยนิวซีแลนด์ เดนมาร์ก ไอร์แลนด์ ญี่ปุ่น ฟินแลนด์ สวีเดน แคนาดา โปรตุเกส และออสเตรีย

หากดูเฉพาะกลุ่มประเทศร่ำรวย หรือจี 8 ก็จะเห็นว่าญี่ปุ่นติด 1 ใน 5 อันดับแรก แคนาดาอยู่อันดับ 8 เยอรมนี 12 ฝรั่งเศส 34 อิตาลี 35 อังกฤษ 49 ซึ่งอยู่ในอันดับกลางๆ ส่วนสหรัฐร่วงลงไปอยู่ที่ 96

รัสเซียแย่กว่านั้นคืออันดับที่ 118 หรือติดกลุ่ม 1 ใน 5 ประเทศที่ไร้สันติภาพมากที่สุดในโลก

ส่วนกลุ่มสหภาพยุโรป หรืออียู มีประเทศที่มีสันติภาพมากที่สุด 15 อันดับแรกของโลก

สำหรับประเทศที่อยู่ในกลุ่ม 5 อันดับท้ายสุด ได้แก่ อิรัก รองลงมาคือ ซูดาน อิสราเอล รัสเซีย และไนจีเรีย

ในกลุ่มเอเชีย ประเทศที่น่าสนใจ เช่น ภูฏาน ติดอันดับที่ 19 ฮ่องกงอยู่ที่ 23 สิงคโปร์ 29 มาเลเซีย 37 ส่วนประเทศประชากรสูงที่สุดในโลกอย่างจีนอยู่ที่ 60

กัมพูชาติดอันดับที่ 85 ในขณะที่ฟิลิปปินส์ 100 นับว่ายังดีกว่าไทย ซึ่งอยู่ที่ 105 และใกล้เคียงกับพม่าซึ่งอยู่ที่ 108

ไม่เพียงเพราะความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังรวมถึงสถานการณ์การเมืองที่ฉุดลงไปด้วย

เขียนใน News. Leave a Comment »