เดลินิวส์ ตอบสังคมด่วน

เมื่อกล่าวถึงสื่อ ที่เป็นช่องทางนำเสนอข้อมูุลข่าวสารย่อมรู้อยุ่แก่ใจอยู่แล้วว่า ควรจะทำอย่างไร เพื่อให้เตรงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมากที่สุด แต่ในยุคที่การบ้านการเมืองขึ้นอยู่กับปลายกระบอกปืนนั้น ย่อมเป็นที่คาดไม่ผิดถ้าหากว่าสื่อไม่นำเสนอ เรื่องราวเกี่ยวกับฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล  เรื่องราวของกลุ่มผู้ประท้วง  ถ้าหากสื่อใดได้นำเสนออยู่แล้วก็ขอชมเชยที่ยังมีจิตสำนึก และจรรยาบรรณ แต่ว่าสื่อฉบับนี้ เดลินิวส์ ได้มีการนำเสนอเหมือนกัน  แต่การนำเสนอแบบมุ่งโจมตีป็นสิ่งทีเลวร้ายของสื่ออย่างมาก ต่อการกระทำในการตกแต่งภาพป้ายของกลุ่มผู้ชุมนุมประกอบกับข่าวที่นำเสนอ ที่บิดเบือนไปจากความจริง พวกเราจะเป็นอีกแรงในการเผยแพร่ เพื่อให้สื่อที่มีชื่อเสียงอย่างเดลินิวส์ต้องตอบคำถามกับสังคมด้วย ว่าพวกท่านมีเจตนาอย่างไร พวกท่านทำให้ประชาชนแตกแยกเพราะความเข้าใจผิดจากภาพนี้ กล้ารับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำได้หรือไม่

dailey-news-pic.jpg

ฝ่ารั้วทหาร ชุมนุม นปก.

ถึงแม้จะถูกปิดกั้นเพียงใด ประชาชนผู้มีใจรักประชาธิปไตย มีความจำเป็นต้องบุกฝ่ารั้วทหาร ที่ทาง คมช. ที่ได้ขนเข้ามาเพื่อสกัดกั้นมวลชนไม่ให้เข้าร่วมการชุมนุม ที่จัดขึ้นทุกวันที่ท้องสนามหลวง เพื่อแสดงพลังและรับฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประชาธิปไตยในยุคทหารครองเมือง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในคืนวันจันทร์ที่ 18 มิ.ย. 2550 ที่ผ่านมา

สื่อชักอึดอัด กับยุคทหารครองเมือง

มาดูตัวอย่างของสื่อ ที่เริ่มจะรู้สึกอึดอัด กับบทบาทที่ควรจะเป็น


"ผมเข้าใจดีว่าบ้านเมืองเราขณะนี้อยู่ ในช่วงเผด็จการรัฐประหารที่กำลังเดินไปสู่ การเลือกตั้งในเร็ววันนี้
จะเป็นประชาธิปไตยอย่างที่ผู้รับผิดชอบโอ้อวดคุยกันไว้หรือไม่ คำตอบตอนนี้ยังไม่ ปรากฏชัดนัก
แต่ที่เห็นชัดคือสื่อโทรทัศน์ทุกช่องถูก “ครอบงำ” จากอำนาจเรียบร้อย
ไม่กล้าหือกับ คมช.-ไม่กล้าต่อรองกับรัฐบาล เหมือนขอนไม้ล่องลอยไปกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก
จะบอกว่าสื่อโทรทัศน์ถูกปิดหู-ปิดตาก็เข้าทำนองนั้น ไม่ผิดจากนี้แน่นอน
“ข่าวม็อบ” คือข้อพิสูจน์ที่กล้าพูดได้ว่า ทีวีก็ไม่ต่างจากตู้เลี้ยงปลา จะหาข้อเท็จจริงมา นำเสนอต่อประชาชนแทบไม่ได้เลย
ถูกตัดหัว-ตัดท้ายข่าวม็อบประชาธิปไตยไล่เผด็จการ จึงไม่ต่างจากข่าวราชการข่าวหนึ่ง
สื่อทีวีพร้อมใจกันเป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลและ คมช. ซึ่งก็ไม่ผิดความคาดหมาย และรู้อยู่แล้วว่าเรากำลังอยู่ในยุคใด
แต่การ “ปิดกั้น” เสรีภาพในการเสนอข่าวม็อบนั้น คนที่รับกรรมคือประชาชนที่บริโภคสื่อโทรทัศน์
สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีคนก่อนเรืองอำนาจ เคยถูกวิจารณ์ว่าเข้าไปแทรกแซงสื่อทุกแขนง ไม่เว้นแม้แต่สื่อโทรทัศน์
แต่ยุคนั้นเสรีภาพของสื่อทีวีก็ยังไม่ถูกลิดรอนมากเท่ายุคนี้ ซึ่งกลายเป็นทีวีเพื่อความมั่นคงไปแล้ว
ประชาชนจะหวังพึ่งพิงเพื่อพิจารณาข้อมูลข่าวสารความเป็นไปของบ้านเมืองบ้าง ก็กลับถูกครอบงำด้วยข้อมูลเพียงด้านเดียว
และเป็นด้านที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายกุมอำนาจ
ทีอย่างนี้ไม่เห็นนักวิชาการสื่อหน้าไหน ออกมาแสดงความคิดเห็น หรือประณามผู้ที่เข้าไปแทรกแซงสื่อโทรทัศน์
บอกแล้วไงว่าผมไม่คาดหวังอะไรจากข่าวทีวียุคนี้ เสียดายก็แต่คนดูทีวีที่ต้องสูญเสียผลประโยชน์จากการรับรู้ข่าวสารที่ไม่เป็นธรรม
เราจะอยู่กันไปอย่างนี้นานเท่าไหร่ ไม่ทราบครับ!!
"แจ๋วริมจอ"
ไทยรัฐ