คตส. ตรวจสอบ หรือ ปาหี่

นายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ เลขานุการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  กล่าวว่า “องค์คณะเห็นว่าตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2543 ข้อ 8 วรรคสอง กำหนดว่า หากโจทก์ไม่ได้นำตัวจำเลยมาศาล ให้โจทก์ระบุที่อยู่จริงของจำเลยมาในฟ้อง ดังนั้นโจทก์ต้องระบุที่อยู่จริงของจำเลยทั้งสองมาในฟ้อง จึงให้โจทก์แถลงที่อยู่จริงของจำเลยทั้งสองต่อศาลภายในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ ไม่เช่นนั้นศาลอาจมีคำสั่งไม่รับฟ้อง”

คตส.ชุดนี้กำลังทำเล่นบทแมวจับหนู ให้ประชาชนดูหรือเปล่า กับข้อกล่าวหาต่างๆั้ที่ทั้งยัดทั้งเยียดเพื่อให้ประชาชนต้องเชื่อในสิ่งที่พวกท่านกระทำ แม้ประชาชนตาดำๆอาจหงุดหงิดบ้างกับข่าวที่มันสวนทาง แต่อย่างว่าจะเชื่ออะไรทั้งที่ในยุคมืด ดูเหมือนต้องคิดให้หลายๆตลบ ว่าต้องเป็นเขตปลอดกระสุน กับการตั้งเรื่องฟ้องร้องเรื่องที่ผู้คนสนใจกันทั่วโลก แต่พวกท่านไม่สามารถระบุที่อยู่ของจำเลยได้ ถือว่าเป็น ข้อบกพร่องของ คตส.ชุดนี้เป็นอย่างมาก เป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้น แต่ควรจะพิจารณาตัวเอง

ล่าสุดเป้าสงสัยของสังคมกรณี คตส.ประกาศอายัดทรัพย์สินอดีตนายกฯทักษิณ ที่ได้จากการขายหุ้นชินคอร์ป 7.3 หมื่นบาท แต่ภายหลังตรวจสอบพบว่าเงินในบัญชีเหลืออยู่ประมาณ 5 หมื่นกว่าล้านบาท หายไป 1-2 หมื่นล้านบาท และต่อมา คตส.ก็ตรวจพบเพิ่มเติมว่ามีการถอนเงินออกจากบัญชีไป 8 พันล้านบาท จากนั้นก็ตามมาด้วยข่าวเทคโอเวอร์ทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ (เรือใบสีฟ้า) สโมสรชื่อดังในพรีเมียร์ลีกแห่งเกาะอังกฤษ ด้วยวงเงิน 81.6 ล้านปอนด์ คิดเป็นเงินไทยราวๆ 5,630 ล้านบาท และซื้อคอนโดหรูในฮ่องกง ทั้งหลายทั้งปวงนี้ ทำให้ผู้คนในประเทศใคร่รู้ว่าอดีตนายกฯทักษิณ เอาเงินจากที่ไหนไปซื้อในเมื่อ คตส.สั่งอายัดเงินในบัญชีของ และเงินก้อนใหญ่ปานนั้นล่องหนไปจากบัญชีได้ด้วยวิธีการใด

จากคำกล่าวของ นางธาริษา ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย รับเผือกร้อน ตรวจเส้นทางเงิน ทักษิณ ชินนาตร้า ใน ฐานเศรษฐกิจ

 “……ผู้ว่าฯธาริษา ไขข้อข้องใจผ่านสื่อสื่อมวลชนว่า คาดว่าเงินจำนวนดังกล่าวยังอยู่ในประเทศไทย เพราะถ้านำออกไปเป็นทางการต้องขอมาทาง ธปท. ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีขอ ถ้าจะหิ้วเป็นเงินสดๆออกไป ผู้ว่าฯธาริษา ก็บอกว่ายากเช่นกัน เพราะธนบัตรต่างประเทศที่มีอยู่ในประเทศไทยคงไม่พอ
พร้อมกับย้ำ”ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ขอนำเงินออกนอกประเทศเพียงกรณีเดียวคือ ขอซื้อบ้านที่ประเทศอังกฤษวงเงิน 400 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนกรณีที่ไปซื้อบ้านบนเกาะฮ่องกงนั้น ไม่รู้ว่าขอมาช่วงไหน ถ้าเป็นช่วงนี้ ไม่มีแน่นอน แต่ถ้าช่วงที่เป็นนายกฯนั้น มีขอหรือไม่ ไม่ทราบ

 ชัดๆอีกที ว่ามีการนำเงินออกนอกประเทศหรือไม่ ตามที่ คตส. ตั้งข้อสงสัย

นายสุชาติ สักการโกศล ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับการแลกเปลี่ยนเงินและสินเชื่อ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวใน โพสต์ ทูดย์

            “….. จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง 3 ปีของธนาคารพาณิชย์ ยังไม่พบว่ามีคนในครอบครัวหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้วิธีทยอยโอนเงินออกไปต่างประเทศผ่านธนาคารพาณิชย์ ด้วยเหตุผลส่วนตัว
นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการทยอยโอนเงินไปต่างประเทศไปให้ครอบครัว เครือญาติที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ เพื่อการท่องเที่ยวหรือค่าใช้จ่ายในการศึกษาบุตร
“หากมีการโอนเงินเช่นนั้นจริง จะส่งผลต่อค่าเงินบาทอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งที่ผ่านมาไม่พบการนำเงินออกนอกในลักษณะนี้” นายสุชาติ กล่าว 

หนำซ้ำ คตส.เล่นบทใหม่ นำคุณธรรมค้ำสังคมไทย

โดยการแจกสมุกปกเหลืองแจงอายัดทรัพย์ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เจ้าหน้าที่ สตง.ได้นำหนังสือปกเหลืองชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการอายัดทรัพย์ ที่ คตส.จัดทำขึ้นมาเปิดเผยให้กับสื่อมวลชน โดยใช้ชื่อว่า “ฝากไว้ในแผ่นดิน” คตส.นำคุณธรรมค้ำสังคมไทย มี 24 หน้า ซึ่งมีเนื้อหาที่อธิบายถึงเหตุผลการอายัดทรัพย์สินของพ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว รวมทั้งความคืบหน้าผลการตรวจสอบคดีต่างๆ ของ คตส.

คตส. ละเมิดสิทธิ จากคำวิจารณ์จากสื่อ ไทยรัฐ “เห่า ดง” 

“…ยกตัวอย่างการออกมาแถลงข่าวใหญ่โตของ คตส.เพื่อป่าวประกาศต่อสาธารณชนว่า ได้อายัดทรัพย์อดีตนายกฯทักษิณและครอบครัวเป็นจำนวนเงินหลายหมื่นล้านบาท แถมยังเอาชื่อบัญชี เลขที่บัญชีรวมถึงสาขาธนาคารมาเปิดเผยอย่างหมดเปลือกเหตุการณ์เหล่านี้ ถ้าบ้านเมืองยังอยู่ในยุคประชาธิปไตย จะไม่มีวันเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของประชาชนอย่างร้ายแรง แม้ คตส.จะมีอำนาจตามประกาศคณะปฏิวัติให้ทำงานตรวจสอบและอายัดทรัพย์สินประชาชนได้แต่ถามว่า คตส.เอาอำนาจอะไรมาละเมิดสิทธิของบุคคลในการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยว กับบัญชีเงินฝากของประชาชนต่อสาธารณชนเช่นนั้น โดยเฉพาะสิทธิของบุคคลดังกล่าว ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารอย่างชัดเจน ถึง คตส.จะใช้อำนาจของคณะปฏิวัติก็เถอะ แต่ก็ขัดต่อกฎหมายการธนาคารอยู่ดี

ข้อสำคัญ การเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเลขที่บัญชีธนาคารของบุคคลนั้น ทำให้มีการละเมิดสิทธิโดยบุคคลภายนอกทันที เนื่องจากมีบุคคลภายนอกได้ทำการทดสอบโอนเงินไปที่เลขที่บัญชี ธนาคารเหล่านั้น เพื่อตรวจสอบว่า ถูกอายัดหรือยัง ปรากฏว่าโอนเงินเข้าไปไม่ได้

ความจริงแล้ว การดำเนินการอายัดทรัพย์นั้น สามารถกระทำได้ตามขอบเขตของกฎหมาย แต่จะต้องระมัดระวังไม่ให้ไปกระทบสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากศาลยังไม่ได้ตัดสินว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิด พนักงานสอบสวนจึงไม่มีสิทธิไปประจานหรือเปิดเผยความลับส่วนบุคคลใดๆทั้งสิ้นผมเองก็ไม่เข้าใจว่า

ทำไม คตส. ถึงต้องเปิดเผยรายละเอียด ซึ่งเป็นความลับส่วนบุคคลเช่นนั้น ทั้งที่ระดับของความเหมาะสมในการเปิดเผยผลการอายัดทรัพย์ส่วนบุคคล เปิดเผยเพียงจำนวนเงิน จำนวนบัญชีในภาพรวมก็เพียงพอแล้ว เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิโดยบุคคลภายนอกโดยเฉพาะจำนวนเงินในบัญชี และจำนวนบัญชีที่มีมากมายหลายหมื่นล้าน หากพ้นจากการถูกอายัดเมื่อไหร่ พวกมิจฉาชีพที่ล่วงรู้เลขที่และชื่อบัญชีไปกระทำมิดีมิร้าย หรือคู่แข่งการค้า รวมถึงฝ่ายตรงข้ามอาจกลั่นแกล้งโอนเงินผิดกฎหมายเข้าไปในบัญชีดังกล่าว จนได้รับความเสียหาย

ถ้าเป็นเช่นนั้น คตส.พร้อมจะรับผิดชอบหรือไม่อย่าลืมว่า การคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานเหล่านี้ ตำรวจก็นำมาใช้แล้ว จากเมื่อก่อนที่นำผู้ต้องหามาแถลงข่าวเปิดเผยหน้าตาให้สาธารณชนรับรู้ แต่ภายหลังก็ห้ามนำผู้ต้องหามาแถลงข่าวประจานอย่างเด็ดขาด เพราะผู้ต้องหาถือเป็นผู้บริสุทธิ์ แม้กระทั่งการทำงานของ ป.ป.ช. ก็เช่นกัน จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาโดยเด็ดขาดแต่การกระทำของ คตส. กลับมีการละเมิดสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาอย่างไม่ไยดี

คำถามก็คือ กระบวนการตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรม ในยุคที่บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตยเช่นนี้ ยังจะน่าเชื่อถืออยู่อีกน่ะหรือ ผมชักไม่แน่ใจเสียแล้ว.         

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: