ปากท้อง ปชช. อาการหนัก

เมืองไทยตกหล่มปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองยืดเยื้อมา 16 เดือนเต็ม และยังไม่มีวี่แววว่าบรรยากาศความปรองดองในชาติจะกลับคืนได้มาได้เมื่อไหร่

ขณะที่รัฐบาลก็ต้องเพ่งสมาธิกับปัญหาความขัดแย้งกับเรื่องความมั่นคงมาก่อน แทนที่จะทุ่มเทให้กับการพัฒนาได้เต็มไม้เต็มมือ กระนั้น ตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศก็ยังเติบโตแบบพอไปได้ แสดงถึงความแข็งแร็งของภาคเอกชนและประชาชน

ที่แม้ดูเหมือนจะไม่มีนโยบายอะไรของรัฐบาลมาช่วยก็ยังทำงานของตนเองไปได้ แต่บางคนชี้ว่า ปัญหาเฉพาะหน้ายังไม่น่ากลัว แต่ถ้าดูยาว ๆ แนวโน้มความสามารถในการแข่งขันของไทยเทียบกับเพื่อนบ้านนั้น เรากำลังดิ่งเหว นั่นคือภาวะที่เราเสียโอกาสจากปัญหาความขัดแย้งภายในที่หาข้อยุติไม่ได้ในเร็ววันเช่นเดียวกัน

เวลาเกือบสองปีในวิกฤตความขัดแย้งทางการเมือง ฉุดให้บรรยากาศทางเศรษฐกิจซบเซา ดังจะเห็นได้ชัด ๆ จากงานมหากรรมจัดแสดงสินค้าประเภทต่าง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นกรมส่งเสริมการส่งออกได้ปั้นให้เติบโตขึ้นมาหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นงานแสดงสินค้าของขวัญของตกแต่งบ้าน(BIGs) ที่เดิมเคยจัดร่วมกับกลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (TIFFs) งานอัญมณีและเครื่องประดับ งานแสดงสินค้ากลุ่มอาหาร พอบรรยากาศทางการเมืองไม่เอื้ออำนวย บรรดาคู่ค้าก็หดหายไปไม่น้อย หลายงานกร่อยไปถนัดตา

โอท็อป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีงานแสดงสินค้าของขวัญและของตกแต่งบ้าน หรืองานBIGs นั้น หลังจากปลุกปั้นมาหลายปีจนค่อยเติบโตและเป็นดาวรุ่งของภูมิภาคที่กำลังร้อนแรง เป็นที่จับตาของผู้ซื้อจากทั่วโลก ยิ่งมีการจัดโซนเฉพาะนำกลุ่มนักออกแบบแนวดีไซน์สินค้าเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่แหวกตลาดและเตะตาแตะใจผู้เข้าชมงานอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นทุกที ปฏิทินงาน BIGs ของไทยถูกล็อคในตารางเดินทางของฝ่ายจัดซื้อของห้างใหญ่ ๆ ทั่วโลกมากขึ้น ๆ โดยใช้กลยุทธจัดวันให้ต่อเนื่องกับงานของยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคคืองานของขวัญของฮ่องกง เพื่อให้ผู้ซื้อที่เดินสายมาเอเซียจัดคิวต่อมาเดินในงานที่กรุงเทพฯเลยโดยไม่เสียเที่ยวจนผู้จัดและนักธุรกิจในแวดวงนี้

เชื่อกันว่ากำลังตีคู่สู้งานแบบเดียวกันของฮ่องกงได้และกำลังเฉือนเอาชนะได้แล้ว กำลังจะเร่งเครื่องแซงอยู่แล้วแต่ปรากฎว่าเครื่องยนต์ไทยสำลักสะดุดไปเสียเฉย ๆ พ่อค้านักธุรกิจกระซิบว่า อย่าโทษว่าบรรยากาศการเมืองเป็นพิษ

ความจริงมีเหตุจากนโยบายของหน่วยงานราชการ ที่ต้องการเอาใจรัฐบาลที่กำลังโปรโมทโครงการสินค้าโอท็อปกันอย่างเมามันมากกว่า จากเดิมที่เคยจัดงานมหกรรมสินค้าโอท็อปแยกต่างหาก ซึ่งสามารถสนองตลาดในประเทศ หรือหากเป็นผู้ซื้อต่างประเทศก็จะชัดเจนว่า นี่เป็นสินค้าของผู้ผลิตชุมชนที่ยังไม่แข็งแรงในเชิงธุรกิจแต่ราชการดันไปเอาสินค้าโอท็อปมาพ่วงกับงาน BIGs หวังดันให้”โกอินเตอร์”เร็ว ๆ

จากที่เคยอยู่คนละส่วนคนละฮอลล์ ก็เอามาตั้งไว้ต่อเนื่องกัน ทำให้ผู้ค้าแยกไม่ออกว่าใครเป็นใครมีการสั่งออเดอร์สั่งแบบไปแล้วปรากฎว่าโอท็อปทำส่งไม่ได้ จนธุรกิจของผู้ซื้อเสียหายจนพานเลิกมาซื้อของเมืองไทยไปเลย แถมพอพ่อค้าดิ้นรนหันไปซื้อบูธออกร้านในงานของขวัญที่ฮ่องกงแทน เพราะมีคนซื้อคนขายมากกว่าก็ไม่พอใจหาว่าเอาใจออกห่าง จนเวลานี้ทำตัวไม่ถูกแล้ว   

7 กลุ่มสินค้าไทยไปสหรัฐกระอัก  

สินค้าราคาถูกจากจีน-เวียดนามไล่บี้หนัก เครื่องประดับ กุ้ง ของใช้ในห้องครัว เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า รองเท้าขีดแข่งขันทรุด ผู้ประกอบการไข้ขึ้นคู่แข่งได้เปรียบทุกประตู อนาคตยิ่งเบียดตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สั่งสมาชิกเร่งปรับกลยุทธ์หนีตาย 

นายทรงศีล สุเสวี ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ ณ นครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า นอกจากสินค้าไทยต้องแข่งขันอย่างรุนแรงกับสินค้าจีนในกลุ่มดังกล่าวแล้ว ขณะนี้สินค้าไทยยังต้องแข่งขันอย่างรุนแรงกับสินค้าจากประเทศเวียดนามในตลาดสหรัฐด้วย(ในปี 2549 สินค้าเวียดนามมีส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐ 0.46% ) โดยสินค้าที่ไทยและเวียดนามเป็นคู่แข่งขันกันโดยตรงมี 3 รายการคือ เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนประกอบซึ่งขณะนี้สินค้าทั้ง 3 รายการของเวียดนามเริ่มทิ้งห่างไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

นายพรชัย ชื่มชมลดา นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ กล่าวว่า รู้สึกเหนื่อยมากกับการแข่งขันสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากจีน เพราะจีนได้เปรียบไทยทุกด้านทั้งค่าจ้างแรงงาน การสนับสนุนจากรัฐบาล ค่าเงิน การพัฒนาสินค้าที่มีความล้ำหน้าอย่างรวดเร็ว และอื่นๆ ซึ่งผู้ประกอบการขอไทยทราบดี และได้เร่งปรับตัวรองรับการแข่งขันแล้ว โดยมุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวผลิตปริมาณไม่มากเพื่อจับตลาดกลางและบน รวมถึงการเร่งหาตลาดส่งออกใหม่ๆ

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า กุ้งจากจีน และเวียดนาม ถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้ากุ้งจีนที่แม้จะถูกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด(เอดี)สูงกว่าไทย แต่กุ้งจีนมีอัตราการขยายตัวในตลาดสหรัฐเพิ่มขึ้นสูงมาก โดยเป็นผลจากในการทบทวน(รีวิว)ภาษีเอดีกุ้งในช่วงที่ผ่านมามี 2 บริษัทส่งออกกุ้งของจีนได้รับการทบทวนไม่ต้องเสียภาษีเอดีเพราะไม่ได้ทุ่มตลาด ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาจีนได้ส่งออกกุ้งไปสหรัฐผ่านสองบริษัทดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งน่าห่วงเพราะเวลานี้ไทยมีปัญหาเงินบาทแข็งค่า ทำให้สินค้าแพงขายยาก ขณะที่ค่าเงินหยวนของจีนแข็งค่าขึ้นเพียงเล็กน้อยได้เปรียบไทย  

ข้อมูล จากฐานศรษฐกิจ

เขียนใน Economics. Leave a Comment »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: