วิกฤติบาทแข็ง เยือนแล้ว

ขิงแก่พยายามออกมาบอกว่า บาทแข็งไม่กระทบเศรษฐกิจไทย และชอบพูดจังเลยว่าดำเนินนโยบายแบบเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ทราบจะออกมาแก้ตัวอย่างไรกับผลงานบริหารบ้านเมืองที่พ่นพิษต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง

โพสต์ทูเดย์ – ค่าเงินบาทยังมีสัญญาณชัดเจนว่าจะแข็งค่าต่อไปจนทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่องและจะเป็นผลร้ายกับระบบเศรษฐกิจโดยรวม ลองนึกภาพดูว่าระยะเพียง 9 วันทำการ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐแล้ว 1.20 บาท ถ้านักลงทุนต่างชาติที่ขนเงินมาลงทุนในตลาดหุ้นไทย และเก็งกำไรค่าเงินบาทระยะสั้นเกือบ 3-4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถอนเงินออกไปก็เท่ากับว่าฟันกำไรไปสองต่อ

ต่อแรกคือกำไรจากส่วนต่างของค่าเงินที่นำเข้ามาแลกเป็นบาทที่ระดับ 34.70 บาท/เหรียญสหรัฐ แล้วแลกเป็นเงินบาทออกไปในอัตรา 33.50 บาท/เหรียญสหรัฐ

ต่อที่สองคือถอนทุนออกจากตลาดหุ้นที่กำลังเฟื่องฟูแค่ปรับตัวจาก 777.68 จุด มาเป็น 858.45 จุด หรือบวกถึง 80.77 จุด สูงขึ้น 10% เศษ

อะไรจะเกิดขึ้น นั่นเท่ากับว่านักลงทุนต่างชาติก็เข้ามาสูบเอาส่วนกำไรแล้วขนออกไป ในขณะที่นักลงทุนไทยก็จะกลายเป็นเหยื่อ เช่นเดียวกับผู้ส่งออกและผู้นำเข้าของไทยที่ต้องรับกรรมจากภาวะความผันผวนของค่าเงินและดอกเบี้ยจากภาระการซื้อป้องกันความเสี่ยง

ดังนั้น การแก้ไขเงินบาทแข็งค่าของธนาคารกลางจักต้องดำเนินการแบบเต็มสูบเข้มข้นและครบเครื่องมากกว่าที่ดำเนินการปัจจุบัน ที่ทำเป็นจุดๆ ทำให้เกิดอาการงูกินหาง หรือชักเข้าชักออกเพราะทนแรงกดดันไม่ได้ เงินทุนที่ไหลบ่าเข้ามาจำนวนมหาศาลในช่วงปลายปี 2549 และส่วนหนึ่งถูกแช่แข็งอยู่ กำลังรอคอยจังหวะการถอยอย่างผู้มีชัยโดยอาศัยกลไกการค้าและเหลี่ยมคูที่เหนือกว่าสร้างรอยแผลให้ทางการไทยอีกรอบ

ต่างชาติเห็นช่องแล้วว่าการแก้ไขปัญหาดูแลค่าเงินบาทแบบเหยาะแหยะนั้นมีช่องว่างในการทำกำไรอยู่มาก เงินทุนต่างประเทศจึงแห่เข้ามาลงทุนจำนวนมากในตลาดหุ้น เพราะไม่ต้องสำรอง 30% หรือทำป้องกันความเสี่ยง เพราะสงครามภายในของไทยที่เป็นแผลใหญ่จนไม่มีใครกล้าเงื้อดาบออกมาอีก

ขณะที่กองทุนอีแร้งที่ชอบเสาะแสวงหาช่องโหว่ในทางนโยบายโจมตีไข่แดงนักลงทุนในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาและไล่ล่าองค์ความรู้ด้านการค้าเงินไม่ทัน ก็มองเห็นช่องว่างว่า สถานการณ์การเมืองของไทยในภาวการณ์ปัจจุบันนั้นไม่มีทางที่ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าในระยะสั้น เพราะไม่มีปัจจัยใดเอื้อให้ขึ้นดอกเบี้ยที่เป็นต้นทุนและเป็นอุปสรรคสำคัญในการค้าเงินแม้แต่นิดเดียว

เมื่อเป็นเช่นนั้นต่อให้รัฐผลักดันอย่างไร โอกาสของการแข็งค่า มีมากกว่าอ่อนค่าลงมา และนี่คือ “กำไร” ในการโฉบมาโจมตีแล้วหนีไป

ไทยรัฐ – ส่งออก สัญญาณชำระหนี้มีปัญหา

“ตอนนี้ผู้ส่งออกต้องการให้ค่าบาทนิ่ง และไม่แข็งค่าเพิ่มกว่า 34 บาท/เหรียญ ผู้ส่งออกบางรายรับภาระไม่ไหวแล้ว ต้องปิดตัวลง อีกส่วนหนึ่งย้ายไปลงทุนนอกประเทศแทนแล้ว”

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผู้ผลิตสินค้าส่งออกกำลังอยู่ในภาวะสับสนและไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไรกับกรณีที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องและรวดเร็วมาก จนตั้งรับไม่ทัน ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อมาทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง มาตรการเดิมยังมีจุดอ่อน เช่น มาตรการกันสำรอง 30% ที่เปิดช่องให้เงินจากต่างประเทศทะลักเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์มากเป็นพิเศษ ซึ่งเอกชนเตรียมเสนอมาตรการดูแลค่าเงินบาทในการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) วันที่ 16 ก.ค.นี้

นายธนิต โสรัตน์ รองเลขาธิการ ส.อ.ท. กล่าวว่า ต้องยอมรับแล้วว่าขณะนี้ถือเป็นวิกฤติค่าบาทมาเยือนประเทศไทยอีกรอบแล้ว โดยเห็นว่า ธปท. ควรที่จะทบทวนมาตรการต่างๆของค่าเงินว่าทั้งหมดที่เคยนำมาดำเนินการ เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปหรือไม่ และควรจะออกมาตรการใหม่ๆอะไรมาเสริมหรือก่อนที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องค่าเงินบาทไม่ได้และเศรษฐกิจทั้งระบบจะได้รับผลกระทบไปมากกว่านี้

ด้านนายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัญหาค่าเงินบาทแข็งเริ่มส่งผลกระทบกับผู้ส่งออกและมีปัญหาต่อการชำระหนี้ของลูกค้าบ้างแล้ว โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กลุ่มสิ่งทอ และเฟอร์นิเจอร์   

บริษัทไทยศิลป์ อาคเนย์ ปิดตัวลงกระทันหัน…จี้ชดเชยแรงงาน 6000 คน

เหตุที่ต้องปิดตัวลง เพราะถูกตัดยอดการสั่งสินค้าลงตลอดเนื่องจากค่าเงินบาทแข็ง ส่งผลให้การผลิตต้นทุนในประเทศสูง…ราคาแข่งขันไม่ได้…ผู้ซื้อหันไปซื้อจากคู่แข่งในต่างประเทศ เช่นเวียดนาม ซึ่งเป็นคู่แข่งที่สำคัญของไทย เวียดนามส่งออกรองเท้าเป็นอันดับ 3 ของสินค้าส่งออกของเวียดนาม… ประกอบกับธนาคารไม่ปล่อยเงินกู้เพื่อดำเนินการต่อ เพราะเล็งเห็นแล้วว่าเอาไปก็กลายเป็น NPL เลยไม่อยากเสี่ยงกับบริษัท…จึงต้องปิดตัวลงกระทันหัน….กระทรวงแรงงานได้เข้าไปเจรจาในขณะนี้ ถึงการชดเชยต่างๆให้กับคนงานทั้ง 6 พันคน…..

เขียนใน Economics. Leave a Comment »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: