คลังขาดทุน จับตา 6 มาตรการเยียวยาบาท

ในที่สุดความจริงก็คือความจริง ที่ฉลองภพ ไม่สามารถต้านมันได้กับสิ่งที่ได้ปรากฎว่า แทรกแซงค่าเงินขาดทุนแล้ว จากการเปิดเผยดังกล่าว 

นายฉลองภพ กล่าวยอมรับว่า การเข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทของ ธปท. อาจมีผลขาดทุน ซึ่งที่ผ่านมาขาดทุนไปแล้ว 170,000 ล้านบาท แต่ถือเป็นการดูแลไม่ให้ภาพรวมเศรษฐกิจมีปัญหา โดยจะต้องดูต้นทุนภาพรวมของประเทศมากกว่าต้นทุนของ ธปท. เพราะขณะนี้ประเทศส่วนใหญ่ใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศอ้างอิงกับดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงส่วนใหญ่จะมีผลจากการแทรกแซงค่าเงินเหมือนกัน ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อลดความผันผวน ภาคเอกชนควรแก้ไขสัญญาเปลี่ยนเป็นสกุลอื่น เช่น หากจะส่งออกสินค้าไปสหภาพยุโรป (อียู) ก็ควรทำสัญญาซื้อขายสินค้าเป็นสกุลยูโรแทน เพื่อลดความผันผวนจากเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ

ต้องยอมรับว่างานหนักต้องตกอยู่กับ ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.การคลัง ที่เรื่องต่างๆที่รัฐบาลขิงแก่ ไม่สามารถควบคุม แก้ไขปัญหาที่รุมเร้าไม่ขาดสาย คงจำกันได้เกี่ยวกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ไม่มีเงินเพียงพอที่จะเบิกจ่ายเป็นหมวดเงินเดือนให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการจำนวน 7,448 ล้านบาท และเงินวิทยฐานะจำนวน 4,725 ล้านบาท ูเป็นจำนวน 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย. 2550 โดยเสนอให้กระทรวงการคลังนำเงินคงคลังมาจ่ายเป็นเงินค่าวิทยฐานะก่อน จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 24 ก.ค. 2550 เปิดเผยว่า ครม.อนุมัติงบประมาณเบิกจ่ายงบบุคลากรรายการเงินเดือนและเงินวิทยฐานะของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามที่ได้เสนอมาแล้ว

แต่ปัญหาคือเงินคงคลังที่ลดน้อยลง เนื่องจากรายรับของรัฐบาลที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ เพราะโดยปกติแล้วเงินคงคลังจะต้องเก็บไว้ให้ได้ในระดับหนึ่ง โดยก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เคยเห็นชอบเพิ่มเงินเดือนและค่าตอบแทน 4% ให้กับพนักงานมหาวิทยาลัยจำนวน 256 ล้านบาท ล่าสุด 6 มาตรการ ที่ ครม.ขิงแก่ได้อนุมัติ ออกมาเยียวยาค่าบาทแข็ง มันจะบรรเทาไปได้นานขนาดไหน จากการเปิดผยดังกล่าวของนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)อนุมัติมาตรการบรรเทาผลกระทบค่าเงินบาทตามที่ ธปท.เสนอ 6 มาตรการ เพื่อสร้างสมดุลในการปรับตัวของภาคธุรกิจมากขึ้น ประกอบด้วย 1.การ เปิดให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สามารถลงทุนในหุ้นหรือการฝากเงินในต่างประเทศได้ไม่เกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี นอกจากนี้ ยังขยายเพดานการลงทุนของบริษัทจดทะเบียนจากปีละ 6.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

2.ผู้ที่มีรายได้จากต่างประเทศ เช่นผู้ส่งออกหรือกู้เงินจากต่างประเทศ ที่มีภาระผูกพันภายใน 12 เดือน สามารถฝากเงินได้ไม่เกิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับบุคคลธรรมดา ส่วนนิติบุคคลไม่เกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

3.ปรับเพิ่มวงเงินที่ต้องการโอนไปต่างประเทศในรูปแบบต่างๆ เช่น การโอนเงินให้ญาติในต่างประเทศ หรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่อรายต่อปี

4.ขยายเวลาให้บุคคลที่มีรายรับเงินตราต่างประเทศ ต้องนำเงินดังกล่าวเข้าประเทศภายใน 120 วัน เป็นไม่เกิน360 วัน

5.การยกเลิกข้อกำหนดผู้มีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศ ต้องขายออกหรือฝากภายใน 15 วัน เป็นไม่มีกำหนด

6.ให้นักลงทุนประเภทสถาบันสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ หรือฝากเงินกับสถาบันการเงินต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน

นางธาริษา กล่าวว่า มาตรการที่จะพิจารณาเพิ่มเติม ได้แก่ การอนุญาตให้ผู้ค้าทองคำสามารถทำประกันความเสี่ยง โดยการซื้อสัญญาล่วงหน้าได้

ประชาชนอย่างเราๆต้องอย่าดูดาย คิดพิจารณาให้ดีในการจับจ่ายใช้สอย

เขียนใน Economics. Leave a Comment »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: