เปิดใจ”ขจิต”พรรครักชาติ

โพสต์ทูเดย์-เปิดใจขจิตกับจิ๊กซอว์พรรคทหาร-ต่อท่อ-บิ๊กบัง

ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา คือ การตั้ง “พรรครักชาติ” ของ ร.อ.ขจิต หัพนานนท์ ประธาน บริษัท วัน ทู โก แอร์ไลน์ และอดีตนายกสโมสรไลออนส์โลก ผู้มีเครือข่ายกว้างขวางจนน่าจับตามองใน ห้วงเวลานี้

โดยเฉพาะกระแสข่าวที่กระหึ่มว่า “พรรครักชาติ” เป็น “พรรค คมช.” แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธมาตลอด รวมทั้งท่าทีของ พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่ปัดว่าไม่ได้สนิทกับ ร.อ.ขจิต แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้ดับข่าวลือต่างๆ ลงได้

ล่าสุดการที่นายทหารเก่าอย่าง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ประกาศว่าจะลง ส.ส. พรรครักชาติ พร้อมเพื่อน จปร. 7 ทำให้ “พรรครักชาติ” ได้รับความสนใจขึ้น มาอีกคำรบ …

l ความคืบหน้าในการตั้งพรรคเป็นอย่างไร ต้องรอให้ทางการเปิดทะเบียนพรรคได้เมื่อไร ซึ่งวันนี้เราพร้อมแล้ว เมื่อก่อตั้งเป็นทางการ ผมต้องจัดระเบียบภายในพรรค กำหนดนโยบาย บุคลากรภายในพรรค ประสาน งานกับผู้สมัครลงเลือกตั้งในเขตต่างๆ ทั่ว ราชอาณาจักร ดังนั้น ต้องรอดูว่าวันที่ 19 ส.ค. ถ้ารัฐธรรมนูญผ่าน ผมจะนับถอยหลังเพื่อให้พรรคเดินไปข้างหน้าอย่างมีระบบ ไม่ใช่สุกเอาเผากิน

l มีนโยบายที่แตกต่างกับพรรคอื่นเป็นพิเศษไหม พรรคผมคงไม่มีอะไรต่างจากพรรคอื่น เพราะปัญหาประเทศระดับแม็กโครก็เหมือนกันหมด สังคม เศรษฐกิจ การเมือง แต่ที่ต่างกันคือ พรรคเราจะมีกรอบเวลาแก้ปัญหาประเทศชัดเจน

l วาระแห่งชาติหลังเลือกตั้งคืออะไร บางคนบอกว่า ปัญหาความสมานฉันท์ในบ้านเมือง ผมไม่ได้มองปัญหาความสมานฉันท์เป็นปัญหาหลัก เพราะมันเป็นเรื่องปลายเหตุ ถ้าคุณแก้ต้นเหตุถูก มันก็ต้องสมานเองแหละ

l ใช่ต้นเหตุมาจากระบอบทักษิณที่หลายฝ่ายยังกลัวจะกลับมาไหม มันอยู่ที่มุมมองของแต่ละคน เรื่องคุณทักษิณก็เป็นเรื่องคุณทักษิณ วันนี้เป็นอดีตไปแล้ว เราจะไปฟันธงอย่างนั้นไม่ได้ มันไม่มีอะไรชัดเจน ขาวและดำ การแก้ปัญหาทางการเมืองผมมองอยู่ในสีเทา ไม่มีขาว ดำ และไม่มีอะไรถาวร มันไหลตลอดเวลา และการเมืองบ้านเราไม่ได้ยึดถืออุดมการณ์เป็นหลัก กลับยึดถือกระแสเป็นหลัก ซึ่งกระแส ในกรุงเทพฯ ต่างจากในต่างจังหวัด

l ที่บอกพรรครักชาติ เป็นพรรคทหารจริงไหม ไม่ใช่ ไปดูผู้ก่อตั้งพรรค 16 คนได้ มีแต่ผมที่เป็นทหารเก่าคนเดียว ที่เหลือเป็นชาวบ้านที่เราเปิดให้มาแก้ปัญหาประเทศ ถ้าผมเป็นพรรคทหารอย่างน้อย 10 คนต้องเป็นทหาร

l แต่ภาพที่ท่านไปจัดประชุมกับปลัดกระทรวง 15 คน ตามที่ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เลขาฯ คมช.เชิญ ไม่จริง ไม่ทราบใครเต้าข่าวนี้ ผมไม่เคยไปพบคุณวินัย และก็ไม่เคยคุยให้ฟังเรื่องการเมือง ซึ่งจากจุดนี้ทุกคนเอาข่าวไปเล่น ล้อกันไปสุดท้ายก็เชื่อว่า เฮ้ย นี่พรรคทหาร ท่านวินัยกับผมยังไม่เจอกันเลย นานๆ ผมเจอทีในงาน ก็ทักทายสวัสดี ไม่เคยพูดคุย เป็นพิเศษ

l ได้พูดคุยกับคนใกล้ชิด พล.อ.วินัย คนใกล้ชิดท่านมีเยอะ ทั้งพี่ ทั้งน้องเยอะ สายธุรกิจ คุณวินัยเป็นคนกว้างมาก เขารู้จักคนทุกระดับ ฉะนั้นคนที่รู้จักคุณวินัยก็รู้จักผมด้วย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ผมกับคุณวินัยตกลงกันแล้วว่าจะไปทำอะไร บอกได้ว่าในถนนการเมืองไม่มีเด็ดขาด

l มอง พล.อ.วินัย อย่างไร ท่านเป็นคนเก่ง คนดี คนที่จะขึ้นถึงปลัดกระทรวงมีได้คนเดียว และต้องผ่านงานมา 30 กว่าปี เมื่อใครก็ตามมาเป็นปลัดกระทรวง เราต้องยอมรับ

l รู้จัก พล.อ.สนธิ ไหม ผมรู้จักมาพอสมควร ก็ไม่ได้นาน และไม่ได้เร็ว ไม่เคยพูดคุยอะไรกันมาก เจอตามงาน ช่วงหลังรัฐประหารวันที่ 19 ก.ย. ผมก็ทักท่าน สวัสดีครับท่านประธาน ท่านก็แหย่ สวัสดีครับท่านหัวหน้าพรรครักชาติ ผมก็บอกยังไม่ได้เป็นครับ แค่หัวหน้ากลุ่ม

l ตอนนั้น พล.อ.สนธิ ทราบได้อย่างไร โอ้โฮ… ตั้งแต่ตอนตั้งกลุ่ม ผมประกาศตั้งกลุ่มรักชาติเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2550 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ผมเชิญหนังสือพิมพ์เกือบหมด แต่ไม่มีใครมา ตอนนั้นกลุ่มผมทั้งนั้น ไม่มีทหารสักคน ตอนหลังผมไม่ได้เจอท่านแล้ว เพราะผมเดินทางไปต่างประเทศตลอด

l หาก พล.อ.สนธิ สนใจการเมืองหลังเกษียณ พรรครักชาติจะเปิดรับแค่ไหน ผมยังเชิญไม่ได้ เพราะพรรคยังไม่ได้ตั้ง และคุณสนธิยังเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผมจะเที่ยวทะเล่อทะล่าเชิญท่านได้อย่างไร ดังนั้น ที่เป็นข่าวว่าผมทำหนังสือเชิญจึงไม่ใช่ความจริง ผมกลัวว่าท่านสนธิจะไม่เข้าใจหาว่าไปอ้างชื่อท่านว่าจะส่งเทียบเชิญ “เฮ้ย เอ็งเป็นใครวะ” มันไม่ได้ ผมเองก็เป็นผู้ใหญ่ ท่านก็ผู้ใหญ่ เรื่องเหล่านี้มันมีระเบียบ วิธีการที่จะต้องคุยกันระหว่างผู้หลักผู้ใหญ่

l และหากต้องทาบทามผู้ใหญ่อย่าง พล.อ.สนธิ นี่คือวัฒนธรรมแบบไทยๆ เราต้องให้เกียรติผู้หลักผู้ใหญ่ เราจะเชิญใคร ฝรั่งเขาบอก อย่างน้อยต้องมีการล็อบบี้หน่อย ต้องพูดคุยกันก่อน ถ้าคุยกันแล้วมีความเห็นชอบร่วมกันจะว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น แล้วค่อยมาปฏิบัติกัน แต่ไม่ใช่มาลักไก่ท่าน ผมออกข่าวอย่างนี้ ถ้าผู้ใหญ่มองผมในทางไม่ดี เขาก็จะหาว่า ผมลักไก่ ถ้าท่านบอก เฮ้ย “ข้าไม่ได้คิดจะมาอยู่กับเอ็งสักหน่อย” ผมไม่ตายหรือ ไม่เสียคนหรือ ในฐานะหัวหน้าพรรค ไม่ได้หรอก ผมไม่ใช่เด็กๆ แล้ว

l วิสัยทัศน์ของ พล.อ.สนธิ จะตรงกับท่านหรือ เพราะเป็นผู้ทำรัฐประหารค้านระบอบทักษิณ หากมาร่วมอุดมการณ์กันจะมีจุดประสานอย่างไร ตอบยาก เพราะผมไม่ได้คุยกับท่านว่าท่านนึกอย่างไร แต่จากที่ผมดูคำให้สัมภาษณ์ก็พอจับได้ว่า ท่านเป็นห่วงบ้านเมือง ในฐานะที่ทำปฏิวัติมาแล้ว ท่านอยากทำงานให้จบโดยเรียบร้อย และลดข้อขัดแย้งให้มากที่สุด นี่ผมอ่านหมากท่าน แต่เมื่อท่านต้องเกษียณภายใน 2 เดือน คำถามคือ ท่านทำภารกิจเสร็จหรือยัง ถ้ายังในฐานะท่านเป็นคนริเริ่ม ก็ต้องอ่านใจว่า ท่านคิดจะทำอะไรต่อ แต่อยู่ๆ มากำหนดอายุว่า 60 ปีต้องกลับบ้านไปเลี้ยงหลาน แต่ถ้าภารกิจไม่เสร็จแล้วจะทำอย่างไร ผมเชื่อว่า คุณสนธิคิดปัญหาเหล่านี้ คนที่กล้ายอมเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติซึ่งถ้าพลาดก็ประหารชีวิต เมื่อท่านทำสำเร็จก็ถือว่าท่านเกิดใหม่นะ ผมดูแล้วว่าท่านมีแนวโน้มที่จะสนใจเล่นการเมือง พอพูดอย่างนี้ก็ถูกตีว่า นี่มันสืบทอด ต่อท่อ ผมถามคำว่า ต่อท่อคืออะไร ในเมื่อเขาจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. ไม่ถือปืนแล้ว ไม่มีอำนาจตรงนั้นแล้ว สืบทอดมันต้องมาเป็นทีม ไม่ใช่ข้ามาคนเดียวกัน มันถึงจะพลิกสถานการณ์ได้ เมื่อใน คมช. มีเพียงท่านคนเดียวที่จะเกษียณ แล้วมันจะสืบทอดอะไร ผมไม่ได้จับผิดใคร แต่คนที่ตั้งคำถามนี้เป็นการตีกรอบให้ท่านเดิน ซึ่งไม่ค่อยแฟร์ มาอยู่กับผม จะสืบทอดอะไรได้ ผมก็เป็นพรรคหนึ่งที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง

l พรรครักชาติสนใจ พล.อ.สนธิ ไหม และได้คุยกันหรือยัง ได้คุยแบบฉาบฉวย และความจริงผมก็สนใจผู้นำทุกคน ผมเป็นหัวหน้าพรรค ผมมองไกลเสมอ

l ทำไมถึงมั่นใจว่า พล.อ.สนธิ จะร่วมงานด้วย ผมไม่ได้มั่นใจเลย รอท่านถอดเครื่องแบบก่อน อีกไม่กี่อาทิตย์ เสร็จจากถอดเครื่องแบบแล้วผมก็อยากจะไปคุยกับท่าน ในฐานะนายขจิต กับ นายสนธิ และถึงวันนั้นผมจะบอกเอง

l จะให้ พล.อ.สนธิ เป็นหัวหน้าพรรคไหม ไม่กล้าคิดเหมือนกันนะ (หัวเราะ) ขณะนี้ผมเป็นหัวหน้าพรรคนะ และผมก็เชื่อว่า ท่านก็ไม่คุยเรื่องนี้กับผม ผมคิดว่า ท่านสนธิเป็นผู้นำที่ดีมาก ไม่งั้นไม่กล้ารับตำแหน่งประธาน คมช. ผมคิดว่าท่านรู้อะไรดีพอ แม้ผมจะเป็นหัวหน้าพรรค แต่อยู่ๆ ผมจะไปบอกว่า เอ้าพี่น้องเพื่อนฝูง ผมได้มาแล้ว ให้นาย “ก.” นะ ส่วนผมจะไปเป็นรองหัวหน้านะ คุณคิดว่าทีมผมรับได้หรือ และถ้าอย่างนั้นทำไมท่านไม่ไปตั้งพรรคใหม่ ผมคิดว่า ท่านเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ถามประโยคนี้กับผม ผมเชื่อเดี๋ยวนี้ด้วยว่า ท่านจะไม่พูด ผมเชื่อในความเป็นผู้นำของท่าน

l และจะให้ พล.อ.สนธิ อยู่ในฐานะอะไร ถ้าจะเชิญ ก่อนอื่นต้องเป็นสมาชิกพรรคก่อน อะไรก็แล้วแต่ นอกจากบังเอิญผมเกิดป่วยกะทันหัน มันมีเยอะแยะหลายทาง ถามตรงๆ ใครเขาจะตอบล่ะ จริงมั้ย

l กรณี พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษา กอ.รมน. ที่ประกาศลง ส.ส.พรรครักชาติ และจะมีอดีตนายทหาร จปร. 7 มาด้วย ก็ดีที่ท่านมาช่วยกัน ผมไม่ได้ติดต่อท่าน แต่ผ่านทีมงานผม พี่ลภก็ผู้ใหญ่แล้ว 70 กว่าปี ท่านเป็นทหารเก่า ท่านอาจจะปากหวานไปชวน จปร. 7 ก็ได้ สำหรับ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร นั้นยังไม่เจอเลยช่วงปีหลัง รู้จักกันมานานแล้ว

l มีเสียงต้านไม่ให้ พล.อ.สนธิ ลง ส.ส. เพราะหลังเลือกตั้งกองทัพควรอยู่ห่างจากการเมืองให้มากที่สุด ถ้าอยากให้กองทัพไม่ยุ่งกับการเมือง การเมืองก็ต้องทำตัวให้เขาอย่าเข้ามายุ่ง เขาถอยหลังเข้ากรมกองมา 10 ปีแล้ว เหตุที่เขาออกมาก็เพราะประชาชนเรียกร้องให้เขาออกมาด้วยซ้ำ เอาดอกไม้ไปจิ้มใส่ปากกระบอกปืน คนพูดนั่นแหละให้เขาออกมา พอเขาทำภารกิจยังไม่เสร็จแล้วก็ไล่ให้เขากลับไป ทำเหมือนกองทัพเป็นเครื่องมือสะดวกใช้ และความจริงทหารที่เข้ามาเล่น เขาก็ถอดเครื่องแบบแล้ว

l แม้จะถอดเครื่องแบบ แต่ความเป็นรุ่น บารมี ระบบอุปถัมภ์ในกองทัพยังมีอยู่ เอาอย่างนี้ ทหารที่เกษียณมาทำอย่างนี้ถ้าเทียบกับอาจารย์ที่มีลูกศิษย์เต็มบ้านเมืองและมาเล่นการเมือง มันต่างกันตรงไหน อย่างนี้มันระแวงกันหรือไม่ ทหารที่เกษียณแล้ว พล.อ. พล.ท. สั่งใครไม่ได้ แม้แต่ลิง

l ทุนในการทำพรรคมาจากไหน ผมมีเพื่อนเยอะ และเพื่อนๆ ช่วยกันลงขัน โดยไม่คิดอะไรมาก เป้าหมายคือ ทำเพื่อชาติ จะ 100 บาท หรือล้านบาทก็ลงมา แต่อย่ามาบอกว่า ให้เท่านี้แล้วต้องได้อะไรนะ และผมจะทำให้ดูว่า โปร่งใสแค่ไหน

l จะมีอดีต ส.ส.มาร่วมมากแค่ไหน วันนี้อะไรก็ยังไม่นิ่ง จนกว่าวันสุดท้ายที่มีการเป่านกหวีดซึ่งจะลงตัวทุกพรรค เราเสียเปรียบตรงที่ว่าเป็นพรรคใหม่ ดังนั้นคนที่จะมาอยู่กับเราจึงมีทั้งคนใหม่และคนเก่า เพราะเราไม่สามารถสร้างคนใหม่ทันภายใน 4 เดือนก่อนถึงวันเลือกตั้ง ตอนนี้ผมให้ทีมผม ที่มีอยู่ทุกภาค ซึ่งเป็นฝ่ายสอบถามอดีต ส.ส. เหนือ กลาง อีสาน ว่า มาลงพรรครักชาติหรือไม่ หลายคนติดต่อเข้ามา ผมจึงอยู่ระหว่างการตัดสินใจ เวลานี้ ส.ส.ก็วิ่งวุ่น ใส่ชื่อกันหลายพรรค แต่ในที่สุด วันสุดท้ายเขาก็ต้องตัดสินว่าจะอยู่กับใคร ผมตัดสินแต่เพียงว่า ผมจะเอาเขาหรือไม่เท่านั้น

l มีข่าวว่าได้ทาบทามกลุ่มสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กับพินิจ จารุสมบัติ ผมไม่ได้คุย อาจจะมีลูกทีมคุยให้ แต่การเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ บรรทัดสุดท้ายคือ เมื่อฝุ่นตลบแล้ว ทุกคนต้องตัดสินว่า จะอยู่ตรงไหน หลังจากนั้น the games begin คือ การลงเลือกตั้ง เมื่อถึงวันนั้น ผมคงได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใครบ้าง เราจะไม่เอาคนที่มีภาพพจน์ไม่ดี  

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “เปิดใจ”ขจิต”พรรครักชาติ”

  1. ท่อตัน Says:

    ขอบคุณสำหรับข่าวสารนะครับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: