“4 แกนนำ นปก.รุ่น1-สมัคร ร่วมประชุมแกนนำ ทรท.”

สำหรับคนไทยในต่างประเทศก็คงได้แต่เอาใจลุ้น สำหรับการโหวต รับหรือไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่ถูกร่างขึ้นจากกลุ่มคนในรัฐบาลทีแต่งตั้งจาก คมช. เอาเป็นว่างบไม่มีหรืออย่างไร จึงทำให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศถูกตัดสิทธิ์ไปโดยปริยาย แต่ในขณะเดียวกันมีงบลับ งบรณรงค์โหวตรับ ออกมาเป็นระยะ

ในยุคที่บ้านเมืองผิดปกติ ก็เริ่มส่งสัณญาณการแบ่งชนชั้น เริ่มออกมาให้เห็นหมือนระบบศักดินาเข้าทุกวัน ใครคิดต่าง ย่อมมีภัยอันตรายได้อยู่ตลอด เอาเป็นว่าคนไทยที่อาศัยอยู่ต่างประเทศก็มีการติดตามข่าวสารที่น่าสนใจ ที่สื่อต่างๆแทบไม่ให้ความสำคัญเพราะปืนจ่อหัวอยู่
 

พีทีวี-4 แกนนำ นปก.รุ่น 1 พบปชช.

แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.) รุ่นที่ 1 ซึ่งประกอบด้วย นายวีระ มุสิกพงศ์ ,นายจตุพร พรหมพันธุ์ ,นายจักรภพ เพ็ญแข และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้เดินทางมาที่ท้องสนามหลวง เพื่อขึ้นเวทีพูดคุยกับพี่น้องประชาชนผู้ร่วมอุดมการณ์ประชาธิปไตย หลังจากศาลอนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราวนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปก. กล่าวว่า แม้ตนจะอยู่ในระหว่างการประกันตัว และมีเงื่อนไขบางอย่างในลักษณะห้ามกระทำการยั่วยุ หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปก. ซึ่งตนก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม แต่สำหรับวันนี้ที่เดินทางมาพบประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ก็ตั้งใจมาทักทายโดยไม่ได้มีเจตนาท้าทายอำนาจศาล เพราะในสิ่งที่ตนพูดไม่ได้เป็นการกระทำการในลักษณะการยั่วยุใดๆนอกจากนี้ ยังเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่รักประชาธิปไตยซึ่งได้เข้าร่วมการชุมนุม เพราะทราบดีว่าประชาชนที่ท้องสนามหลวงกำลังต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยให้กลับคืนมาโดยเร็ว โดยเฉพาะการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งคาดเดาได้ว่าจะมีการใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง โดยอยากให้ประชาชนได้ร่วมกันไปลงประมติ เพราะเป็นสิทธิที่ทุกคนพึงมี แม้จะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ตาม“ต้องขอบคุณกระบวนการยุติธรรมที่ยอมให้อดีตแกนนำฯได้มาพูดคุย และพบปะกับประชาชนผู้รักประชาธิปไตยที่เวทีท้องสนามหลวง เพราะตนเชื่อมั่นว่าแกนนำ นปก.รุ่น 1 ที่มาในวันนี้ไม่ได้มีเจตนายั่วยุ หรือกระทำการขัดต่อคำสั่งศาลสถิตยุติธรรม”นายวีระกล่าวอย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ได้ยื่นสำนวนออกหมายจับ เลขที่ จ. 1605/2550 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2550 ให้ศาลอนุมัติออกหมายจับแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ทั้ง 9 คน ซึ่งศาลได้พิจารณาไกล่เกลี่ยให้แกนนำ นปก.เข้ารายงานตัวกับพนักงานสืบสวน และเมื่อแกนนำคนใดรายตัวต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ให้มีการถอนคำร้องการออกหมายจับทันที ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่างๆแล้วนั้นต่อมา เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา แกนนำทั้ง 9 คนได้เดินหน้าไปยังศาลอาญาเพื่อพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา แต่ทางพนักงานสอบสวนกลับร้องขอให้ศาลออกหมายขังแกนนำทั้ง 9 แทนที่จะมีการถอนคำร้องการออกหมายจับตามคำสั่งศาล โดยศาลได้อ้างคำขอให้ศาลออกหมายขังของพนักงานสอบสวน ตั้งเป็นสำนวนใหม่ในคดีดำที่ พ.1562/2550 และพิจารณาให้พนักงานสอบสวนสามารถฝากขังแกนนำทั้ง 9 คนได้ทันที

 ไทยรัฐ-“สมัคร” ร่วมประชุมแกนนำไทยรักไทย

วันที่ 14 ส.ค. ที่อาคารไอเอฟซีที สำนักงานกลุ่มไทยรักไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตผู้ว่าฯกทม. ได้เดินทางมาร่วมประชุมกับแกนนำกลุ่มไทยรักไทย โดยมีนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ แกนนำกลุ่มฯไปต้อนรับ พร้อมช่วยหิ้วกระเป๋าเอกสาร ทันทีที่นายสมัครลงจากรถ ก็ได้รับเสียงปรบมือต้อนรับจากแกนนำและสมาชิกกลุ่มประมาณ 30 คน อาทิ นายสมพงศ์อมรวิวัฒน์ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ นายพายัพ ชินวัตรและ ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง เป็นต้น โดยนายสมัครในชุดซาฟารีสีฟ้า ได้ลงจากรถด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมรับดอกไม้สีชมพูและได้อุทานด้วยความแปลกใจว่า “โอ้โฮๆ มาทำไมกันเยอะแยะ ทำไมมีนักข่าวมาทำข่าวมากขนาดนี้” แต่เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามความคิดเห็น นายสมัครกลับปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์แล้วเดินเข้าลิฟต์ไป กระทั่งเวลา 11.50 น. นายสมัครได้ออกจากห้องประชุม และหลบออกทางด้านหลังอาคาร ขึ้นรถที่มาจอดรออยู่ แล้วออกจากที่ทำการกลุ่มไทยรักไทยทันที โดยช่างภาพและผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศที่ดักรออยู่ ต่างวิ่งตามไปอย่างอุตลุดแต่ก็ไม่ทัน

ขอแรงแกนนำช่วยกันผลักดันสู้ต่อ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แกนนำกลุ่มไทยรักไทย แถลงภายหลังการประชุมร่วมระหว่างแกนนำกลุ่มไทยรักไทยกับนายสมัครว่า วันนี้นายสมัครได้มาเยี่ยมกลุ่มไทยรักไทย โดยมีแกนนำประมาณ 100 คนร่วมพูดคุยด้วย อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายสุธรรม แสงประทุม นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โดยใช้เวลาหารือประมาณชั่วโมงเศษ แกนนำกลุ่มให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ขณะที่นายสมัครได้พูดถึงความตั้งใจในการทำงานร่วมกัน โดยระบุว่า ช่วงที่ผ่านมาบ้านเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายเรื่อง จนเกิดปัญหามากมาย ฉะนั้นเป็นหน้าที่ที่ต้องช่วยกัน สำหรับกลุ่มไทยรักไทยในช่วงที่ผ่านมา แกนนำถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 111 คน ทำให้การทำงานของกลุ่มจำเป็นต้องมีผู้มาร่วมผลักดันและทำนโยบายต่อไป นายสมัครยังได้บอกด้วยว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มาพูดคุยด้วย แต่ไม่ได้เล่าในรายละเอียด หลังจากที่ท่านสมัครได้หารือกับแกนนำกลุ่ม 10 คน ที่ไปพบท่านในช่วงปลาย เดือน ก.ค. ท่านก็ใช้เวลาในการคิดพอควร ท่านได้แสดงความมุ่งมั่น ทั้งปัจจัยส่วนตัว ปัจจัยส่วนรวม และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะตัดสินใจมาทำงานร่วมกัน

มอบ “พระพุทธชนะมาร”ปลุกขวัญ “โดยนายสมัครบอกว่า เราต้องทำการเมืองโดยยึดแนวทางสร้างสรรค์ ชูนโยบายที่พรรคไทยรักไทยนำเสนอต่อประชาชน ถือว่าถูกต้องแล้ว อย่ามุ่งเน้นแต่เอาชนะด้วยวิถีทางอย่างไรก็ได้ การเมืองใหม่ต้องเน้นเรื่องนโยบาย จะเป็นหนทางที่ชนะอย่างยั่งยืนมากกว่า นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการรณรงค์คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญของกลุ่มด้วยว่าเหมาะสมแล้ว จากนี้ท่านคงมาพูดคุยถึงแนวทางการทำงานมากขึ้น” นพ.สุรพงษ์กล่าว และว่า นายสมัครได้นำ “พระพุทธชนะมาร” มามอบให้แก่แกนนำกลุ่มที่มาร่วมประชุม พร้อมขอให้สมาชิกทุกคนมีความเชื่อมั่นว่า คนที่ทำดีสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคุ้มครอง นอกจากนี้ ยังกล่าวขอบคุณและชมนายจาตุรนต์ที่ดูแลพรรคไทยรักไทยในช่วงหลังรัฐประหารว่า ทำหน้าที่ได้ดี ซึ่งนายจาตุรนต์ก็ได้กล่าวขอบคุณตอบกลับ ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวหยอกล้อว่า “ขอหลายๆองค์ได้ไหม” อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พรรคพลังประชาชนได้ส่งจดหมายแจ้งแก่เราแล้วว่า จะจัดประชุมใหญ่พรรคในวันที่ 24 ส.ค. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เพื่อหารือถึงแนวทางการทำงาน รวมทั้งยังมีการแสดงวิสัยทัศน์ของว่าที่หัวหน้าพรรคคนใหม่ด้วย ทั้งนี้ ภายหลังวันที่ 19 ส.ค. กลุ่มไทยรักไทยจะพูดคุยกับนายสมัครในเรื่องนี้อีกครั้ง

“สมัคร” เชื่อ “ทักษิณ” คนดีพระคุ้ม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมร่วมกับกลุ่มไทยรักไทย นายสมัครใช้เวลาพูดร่วมชั่วโมง โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า หลังจากที่มีแกนนำเชิญมาอยู่กับไทยรักไทย วันนี้จึงต้องพบกับสมาชิกด้วยตัวเอง รู้สึกดีใจที่นายจาตุรนต์มานั่งด้วย ขอบอกกับแกนนำไทยรักไทยว่า วันนี้ยังเป็นแค่สมาชิก อย่าเพิ่งใช้คำว่าหัวหน้าพรรคเพราะไม่อยากเสียมารยาท ต้องขอให้พรรคพลังประชาชนดำเนิน การคัดเลือกหัวหน้าพรรคตามขั้นตอนให้เสร็จก่อน วันนี้ได้ นำพระกริ่งรุ่นพุทธชนะมารมาแจก เพราะเป็นคนธรรมะธัมโม เชื่อว่าคนทำดีต้องได้ดี โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนดี ทำดีให้กับบ้านเมืองมามาก แต่ก็มาเจอกับมาร จึงเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนดีพระย่อมคุ้มครอง และได้รับอาสา พ.ต.ท.ทักษิณมาดูแลน้องๆหลายคนที่ตั้งใจทำงานเพื่อให้บ้านเมืองเพื่อให้สู้กับสภาพที่บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ ไทยรักไทยจะได้เดินต่อไปได้ จริงๆแล้วจะนำพระอีกองค์คือ “พระไพรีพินาศ” มาให้แกนนำกลุ่ม แต่ไม่อยากนำมาเพราะกลัวศัตรูจะพลอยพินาศไปเสียหมด  

ฟันธงไทยรักไทยจะกลับมาแน่ “ช่วงนี้บ้านเมืองมีมารอยู่มาก ดังนั้น จึงอยากบอกอดีต ส.ส.ทุกคนว่า วันนี้อย่าทำอะไรที่ออกนอกลู่นอกทางมากนัก เพราะเราถูกจับตาดูอยู่ทุกฝีก้าว ขอให้ระวังเรื่องกฎหมายในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย หลายอย่างควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่พรรคดำเนินการไป เช่น เรื่องป้ายหาเสียงต่างๆ เพราะดูแล้วในการเลือกตั้งครั้งนี้ อดีต ส.ส. จะลงอย่างไรประชาชนก็เลือกอยู่แล้ว พรรคไทยรักไทยจะได้กลับมาแน่ และวันนี้ผมได้บอกนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งนายเนวินไม่เชื่อว่าจะมีการเลือกตั้ง แต่ผมก็เถียงว่าอย่างไรต้องมีการเลือกตั้งแน่ จึงให้พวกเราและนายเนวินอยู่ในกรอบ” นายสมัครกล่าว

คมช.ไม่กล้าใช้กฎ 90 วันหวั่นแป้ก นายสมัครยังกล่าวในที่ประชุมด้วยว่า ขอให้อดีต ส.ส. ที่มีความกังวลกรณีที่รัฐธรรมนูญไม่ผ่าน และ คมช. นำฉบับปี 2540 มาใช้ อาจติดล็อกกฎ 90 วันว่าอย่ากังวล เพราะหากนำรัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้จะมีบทเฉพาะกาล ออกมาด้วย คงลดระยะเวลาการสมัครเป็นสมาชิกพรรคเหลือ 30 วัน เนื่องจากทหารก็ต้องให้การเมืองเดินต่อไป โดยเฉพาะพรรคเล็กพรรคน้อยที่เขาจะตั้งขึ้นมาใหม่ อย่างเช่น พรรครักชาติก็ต้องให้เดินไปต่อได้เหมือนกัน ดังนั้น จึงเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งแน่นอน อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ไม่อยากเป็นข่าวมาก เพราะจะทำให้เป็นเป้าโจมตี แต่ที่ผ่านมาเมื่อได้เปิดตัวมาอยู่กับกลุ่มไทยรักไทยก็มีคนเล่าให้ฟังว่า พอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รู้ข่าวว่าจะอยู่กับกลุ่มไทยรักไทย นายอภิสิทธิ์ถึงกับหน้าซีดออกทีวี ก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่า นายอภิสิทธิ์หน้าซีดจริงหรือเปล่า

“สมัคร” แฉมีขบวนการมาสกัดกั้น ต่อมานายสมัคร สุนทรเวช อดีตหัวหน้าพรรคประชากรไทยและอดีตผู้ว่าฯ กทม. กล่าวหลังเข้าร่วมหารือกับแกนนำกลุ่มไทยรักไทยว่า บรรยากาศการหารือดีมาก ก็บอกเขาไปว่าจะยังไม่คุยอะไรมากมาย เพราะยังไม่มีสถานะเป็นหัวหน้าพรรค เพียงแต่ได้พูดคุยแบบเปิดอกกันนาน 1 ชม.ครึ่งได้ อธิบายให้ฟังว่าการจะอยู่ด้วยกันควรต้องทำอย่างไรบ้าง ที่สำคัญได้บอกแก่ทุกคนไปว่ากว่าที่จะฝ่าด่านมาถึงวันนี้ได้ ต้องเจอกับการสกัดกั้นสารพัด มีคนกีดกันกันมากมายจนประหลาดใจ และก็มีหลวงพ่อรูปหนึ่งทำพิธีพุทธาภิเษกหล่อพระให้ชื่อว่า “พระพุทธชนะมาร” จึงได้นำมาแจกจ่ายให้สมาชิกและผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวม 1,000 องค์ เพื่อเป็นสิริมงคล นายสมัครกล่าวว่า ได้เล่าที่มาที่ไปของการที่ถูกเชิญมาร่วมงานกับอดีตพรรคไทยรักไทย อย่างที่บอกแล้วว่ามีคนพยายามสกัดกั้น ถึงขนาดส่งนายห้างใหญ่ที่คุ้นเคยกันมานาน มาพูดกันว่าอย่าไปสู้เลย เลือกตั้งไปก็จะต้องถูกใบแดงใบเหลือง ก็ต้องบอกไปว่าคุณจะมาพูดอย่างนี้ได้อย่างไร เพราะการเลือกตั้งก็ยังไม่มี มันเท่ากับไปดูหมิ่นดูแคลน กกต.เขา และคนที่มาห้ามก็อ้างในสิ่งที่ตนบอกว่าอย่าเอามาอ้าง เรื่องนี้เมื่อมีโอกาสเมื่อใดก็จะพูดอธิบายให้ประชาชนคนไทยด้วยกันได้เข้าใจ

กร้าวสู้เพื่อทวงคืนประชาธิปไตย “ผมก็เคยถามไปแล้วตอนออกทีวีครั้งหนึ่งว่า คุณทักษิณไปทำความเจ็บช้ำน้ำใจอะไรนักหนาถึงขนาดว่ามีการยุบพรรคทิ้งไปแล้ว ก็ยังจะต้องทำกันทุกอย่างเพื่อให้สูญพันธุ์ แต่ก็ยังไม่มีใครตอบได้” นายสมัครกล่าวและว่า นอกจากนี้ยังได้กล่าวกับสมาชิกด้วยว่า วันนี้ถือว่าอดีตพรรคไทยรักไทยตั้งหลักได้แล้ว และตั้งหลักได้ดีกว่าคนอื่นๆด้วยซ้ำ หลังจากที่เขาพยายามบีบต่างๆนานา ดังนั้น เมื่อมาร่วมมือกันแล้วก็ต้องร่วมแรงร่วมใจกัน หมายความว่าลงเรือลำเดียวกันแล้วก็ต้องช่วยกันดูแล เรือมันจอดอยู่ที่ท่าแล้วใครๆก็ลงได้ จึงต้องช่วยกันดูอย่าให้เรือล่มที่ท่า เรามองเห็นลู่ทางแล้วว่า การเมืองจากนี้ไปจะเล่นกันแบบธรรมดาๆ เพื่อต้องการจะต่อสู้เอาประชาธิปไตยกลับมา เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วก็จะได้แข่งขันกันอย่างเป็นธรรม เราหวังว่าจะมีเวทีเลือกตั้งที่จะต่อสู้กันอย่างตรงไปตรงมา เมื่อถามถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร หลังจากที่ไม่มาปรากฏตัวตามหมายเรียกของศาล ในนัดแรกในการไต่สวนคดีการทุจริตจัดซื้อที่ดินถนนรัชดาภิเษก นายสมัครตอบว่า เท่าที่ฟังข่าวอยู่ก็ได้ยินว่า ส่วนที่เกี่ยวข้องก็บอกว่าท่านไม่เคยมีกรณีเช่นนี้ ดังนั้น ก็ไม่ขอออกความเห็น เพราะไม่เคยเห็นกรณีเช่นนี้เหมือนกัน  

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: