ร.ฟ.ท.ยามโพลเพล้ รัฐไทยไร้น้ำยา

ประชาชาติธุรกิจ ได้นำเสนอไว้เตือนให้พวกเราที่หลายๆคนอาจจะลืมไปว่า รถไฟคือหนึ่งยานต์ยนต์ที่มีบทบาทสำคัญ แต่ปัจจุบันบ้านเมืองของเรา ผู้ซึ่งมีอำนาจทั้งหลายมิได้ให้ความสนใจมากนัก แต่กลับให้ความสนใจต่อ คดีต่างๆที่ คตส. หยิบยกเฉือนเป็นรายบุคคล พวกเราอาศัยอยู่ที่นี่มีโอกาสเดินทางด้วยรถไฟ ที่สามารถจองตั๋วออนไลน์ และถ้าซื้อล่วงหน้า อาจได้ราคาที่ถูกลง ซึ่งคนที่นี่ให้ความสนใจและนิยมที่จะเดินทางด้วยรถไฟ เพราะสะดวก และประหยัดเวลา อยากฝากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลาย ที่ได้เดินทางมาแถบนี้ ลองนำไปศึกษา ดีกว่ามาเพื่อสร้างภาพหรือดิสเครดิตคู่ต่อสู้

ร.ฟ.ท. ยามโพล้เพล้ รัฐไทยไร้น้ำยา 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเริ่มกิจการรถไฟมาตั้งแต่ พ.ศ.2439 ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทยยืนหยัดรับใช้คนไทยมาแล้วถึง 111 ปีแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยใช้หัวรถจักรดีเซลเป็นประเทศแรกในเอเชียก่อนประเทศญี่ปุ่นเสียอีก หลายทศวรรษที่ผ่านมาประเทศเพื่อนบ้านต้องมาดูงานกิจการการรถไฟแห่งประเทศไทย เนื่องมาจากเราเริ่มก่อนใครและศักยภาพของเราเหนือกว่าทุกประเทศ โรงงานรถไฟมักกะสันใหญ่โตมโหฬารบนพื้นที่ 435 ไร่ เป็นศูนย์ซ่อมที่ครบวงจรที่สุด ช่างรถไฟทำได้ทุกอย่าง ไม่แพ้ที่ใดในโลก เช่นเดียวกับที่ดินของการรถไฟฯที่มีอยู่กว่า 2 แสนไร่ทั่วประเทศ75 ปีผ่านไป ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 24 คน มีรัฐบาลที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาบริหารประเทศหลายสิบชุด มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่กำกับดูแลการรถไฟฯ หลายโหล แต่ดูเหมือนว่า ร.ฟ.ท.ไม่ได้พัฒนาไปสู่ความยิ่งใหญ่ ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นเริ่มมาหลังประเทศไทย คนญี่ปุ่นได้ใช้บริการรถไฟความเร็วสูง (ชินกันเซ็น) หรือประเทศที่เปิดประเทศ เมื่อ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา อย่างเวียดนามวันนี้ระบบรถไฟพัฒนาแซงหน้าประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว กล่าวกันว่าจริงๆ แล้ว ร.ฟ.ท.ควรเป็นผู้ผลิตหัวรถจักรเองด้วยซ้ำ แต่ภาพของความเป็นจริง คือ เราทำได้แค่ซ่อมแซมและปะผุหัวรถจักรที่มีอายุใช้งาน 40-50 ปี

เหลียวดูอาณาจักรที่กำลังอัสดงของ ร.ฟ.ท. ความจริงที่น่าเจ็บปวดก็คือ การรถไฟฯในปี 2550 จมอยู่ใน กองหนี้กว่า 5 หมื่นล้าน ในกิจการที่ขาดทุนต่อเนื่องมาทุกปี ถ้าเป็นธุรกิจเอกชนก็เป็นกิจการที่ล้มละลายมานานแล้ว ขณะที่ภายในองค์กรเอง ร.ฟ.ท.มีสหภาพแรงงานที่เข้มแข็งที่สุด แต่เป็นองค์กรที่ล้มเหลวในการบริหารจัดการมากที่สุด ทุกวันนี้องค์กรแห่งนี้แบกภาระบำนาญของบุคลากร 14,000 คน ในวงเงินมากกว่า แสนล้าน ซึ่งแน่นอนว่าองค์กรที่ไม่ทำกำไรแห่งนี้ไม่มีปัญญาจ่ายบำนาญดังกล่าวได้อย่างแน่นอน ปัญหาที่ใหญ่ไปกว่านั้นก็คือ อาณาจักรแห่งนี้กำลังประสบวิกฤตสมองไหล เพราะคนดีคนเก่งก็ไม่อยากทำงานกับอาณาจักรที่กำลังล่มสลาย

เหตุปัจจัยที่ทำให้การรถไฟฯล้าหลังและย่ำเท้าอยู่ในวิกฤตมาอย่างยาวนาน อาจสะท้อนภาพสังคมไทยได้เป็นอย่างดีว่า อาณาจักรแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ทั้งสินทรัพย์และทรัพยากร แต่เมื่อใดคนไทยเข้ามาบริหารจัดการ ทุกอย่างค่อยๆ ล่มสลายลงตามกาลเวลา นักการเมืองในอดีตที่เข้ามาบริหารการรถไฟฯมักมุ่งแต่จะแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินการรถไฟฯอย่างมูมมาม จนกลายเป็นที่มาของบุฟเฟต์คาบิเนต หรือแกรนด์ดินเนอร์คาบิเนต ไม่ว่าจะเป็นสินบนจากค่าเช่าที่ดิน ของการรถไฟฯที่มีมูลค่ามหาศาล หรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของ ร.ฟ.ท. คดีทุจริตคอร์รัปชั่นในรัฐบาลที่ผ่านมาเกิดจากการแสวงหาผลประโยชน์ในการรถไฟฯ จึงไม่น่าแปลกที่ตัวเหลือบต่างอ้วนพี แต่การรถไฟฯเหลือแต่ซาก

อาณาจักรยามโพล้เพล้ของการรถไฟฯเป็นเรื่องน่าเศร้าใจ เมื่อรัฐบาลจนปัญญาในการแก้วิกฤตการรถไฟฯ ความคิดแบบที่ง่ายที่สุดก็คือ ยุบการรถไฟฯทิ้งไปเหมือนกับแนวคิดในการยุบ ร.ส.พ. แต่เอาเข้าจริงวิธีแก้ปัญหาโดยการยุบทิ้งอาจมีโจทย์ที่ต้องตามแก้ไขมากมาย และอาจไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุด จริงๆ แล้วห้วงเวลาที่ดีที่สุดของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ผู้พิสมัยโมเดลรถไฟเล็กก็คือ การลงมือยกเครื่องการรถไฟฯให้พ้นจากวิกฤตอย่างจริงจัง ถ้าจะต้องผ่าตัดครั้งใหญ่หรือตัดชิ้นส่วนที่เน่าเสียเพื่อรักษาชีวิตก็เป็นเรื่องจำเป็น เพราะหากพ้นจากนี้ไปแล้วก็อย่าหวังว่านักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งจะปฏิรูปอาณาจักรแห่งนี้

เขียนใน Economics. Leave a Comment »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: