พม่าสลายการชุมนุม ต่างกับไทยหรือไม่?

โพสต์ทูเดย์-ตำรวจพม่า ปิดล้อมเจดีย์ชเวดากอง ใช้กำลังสลายการชุมนุม มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตหลายราย ทั้งที่เป็นพระสงฆ์ และประชาชนหลังรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวใน 2 เมืองใหญ่ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานสถานการณ์ ปราบปรามกลุ่มพระสงฆ์ และประชาชน ของรัฐบาลทหารพม่า ที่บริเวณใกล้กับวัดมหาเจดีย์ชเวดากอง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพม่า ว่า ทหารพม่าได้ยิงกราดเข้าใส่ฝูงชนที่ประท้วง โดยยังไม่ทราบตัวเลขของผู้ได้รับบาดเจ็บ

ากเหตุการณ์สลายการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุด ในรอบ20ปี อย่างไรก็ตามมีผู้เห็นอีกเหตุการณ์หนึ่งก่อนหน้า ระบุว่า มีพระสงฆ์ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 17 รูป ขณะที่ขบวนการกำลังเคลื่อนไปอย่างสงบ และมีพระอายุ 80 พรรษารูปหนึ่งรวมอยู่ด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานก่อนหน้านี้ว่า ทหารกับตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ประท้วงจำนวนหลายพันที่นำโดยพระสงฆ์ และยังยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเตือนให้ยุติการชุมนุมด้วย และทหารกับตำรวจได้สร้างสิ่งกีดขวางปิดกั้นถนนเอาไว้ ขณะที่มีการยิงแก๊สน้ำตาสลายฝูงชน ซึ่งบรรยากาศภายในกรุงย่างกุ้ง เต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยทหารได้วางกำลังคุมเข้มตามถนนสายต่างๆ เพื่อขัดขวางการเดินขบวนเข้าไปชุมนุม ไปยังบริเวณเจดีย์สุเหล่ใจกลางกรุงย่างกุ้ง ขณะที่

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงย่างกุ้ง ว่า มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 5 คน ระหว่างการสลายชุมนุม โดยทั้ง 6 คนถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นยังไม่แน่ชัดว่าเป็นพระภิกษุหรือไม่ และล่าสุดรอยเตอร์ ได้รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในวัดแห่งหนึ่งว่า มีพระภิกษุมรณภาพจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมครั้งนี้อย่างน้อย 2 รูป รัฐบาลพม่าประกาศเคอร์ฟิวในเมืองย่างกุ้ง และเมืองมันดาเลย์วันนี้ และส่งกำลังทหารเข้าประจำการ เพื่อยุติการชุมนุมประท้วงและได้สั่งให้กองกำลังทหารและตำรวจตรึงกำลังล้อมรอบบริเวณเจดีย์ชเวดากองในกรุงย่างกุ้ง ซึ่งเป็นแหล่งชุมนุมประท้วงหลักของเหล่าพระสงฆ์ และเป็นสถานที่ที่เคยเกิดเหตุการณ์นองเลือดครั้งรุนแรง เมื่อรัฐบาลทหารพม่ากวาดล้างผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในปี 2531 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 3 พันคน

ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ประท้วงรวมตัวกันโดยไม่สนใจคำสั่งที่ระบุให้พระสงฆ์หยุดกิจกรรมทางการเมืองและกลับสู่วัดวาอาราม ในขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลทหารได้ตระเวนขับรถบรรทุกไปทั่วกรุงย่างกุ้งเพื่อประกาศเตือนว่าการรวมตัวเช่นนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ มาตรการเคอร์ฟิวมีผลบังคับใช้ในเมืองย่างกุ้งและเมืองมันดาเลย์เป็นเวลา 60 วัน โดยห้ามไม่ให้มีการชุมนุมรวมตัวกันเกิน 5 คน และห้ามไม่ให้มีการประท้วงไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า นางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านพม่า ถูกย้ายไปคุมขังที่เรือนจำอินเส่งในนครย่างกุ้งตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ หรือ 1 วันหลังมีภาพเธอออกไปยืนยกมือไหว้ขบวนประท้วงของพระสงฆ์ แต่ตำรวจนครย่างกุ้งยืนยันว่าเธอยังถูกควบคุมตัวอยู่ในบ้านพัก หลังมีการเสริมการรักษาความปลอดภัยรอบๆบ้านพักริมทะเลสาปอินเลย์ของเธอด้วยกระสอบทราย,สิ่งกีดขวาง และตำรวจปราบจลาจล มาตั้งแต่วันอาทิตย์

ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ของสหรัฐฯประกาศในที่ประชุมสมัชชาใหญ่ฯเรื่องมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมต่อพม่า ขณะที่องค์กรนิรโทษกรรมสากลในกรุงลอนดอนของอังกฤษ เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ส่งเจ้าหน้าที่ไปพม่าในทันที เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ หลังจากรัฐบาลทหารพม่าประกาศใช้เคอร์ฟิวในนครย่างกุ้งกับเมืองมัณฑะเลย์

สหภาพยุโรป (อียู) ออกมากล่าวเตือนรัฐบาลทหารพม่าว่า อียูจะทำการคว่ำบาตรพม่าอย่างหนักหน่วงกว่าเดิม ถ้ารัฐบาลทหารใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ประท้วงที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ถ้อยแถลงของอียูมีขึ้นหลังจากที่ทางการรัฐบาลพม่าประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่ช่วงค่ำถึงช่วงเช้าที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังสั่งให้กองกำลังรักษาความปลอดภัยประจำการอยู่ทั่วกรุงย่างกุ้ง เพื่อหยุดการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี ซึ่งมีพระสงฆ์เป็นผู้นำ

แถลงการณ์ซึ่งออกโดยประธานอียูระบุว่า “อียูขอประกาศอีกครั้งว่า อียูจะทำการคว่ำบาตรพม่าอย่างหนักหน่วงกว่าเดิม ถ้ารัฐบาลทหารพม่าใช้ความรุนแรงในการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงที่ไม่มีอาวุธและประท้วงอย่างสงบ” แต่เดิมพม่าถูกคว่ำบาตรอยู่แล้วด้วยการห้ามมิให้ผู้นำพม่าเดินทาง ขนส่งอาวุธเข้าออกท่าเรือ และการให้ความร่วมมือทางทหารกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้อยแถลงของอียูเป็นการกระตุ้นเตือนให้ทางการพม่ารับมือกับกลุ่มผู้ประท้วงด้วยการประณีประนอมและการเจรจา และกระตุ้นให้ “ผู้ที่มีอำนาจในรัฐบาลทหารใช้อำนาจดังกล่าวในการควบคุมมิให้ทางการใช้ความรุนแรงกับผู้ประท้วง”

สำนักข่าวเอพีรายงาน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) เชื่อว่า สถานการณ์ประท้วงในพม่าจะไม่รุนแรงขึ้นถึงต้องอพยพคนไทย อย่างไรก็ตาม ได้สั่งให้กองทัพอากาศเตรียมพร้อมไว้แล้ว “คิดว่าสถานการณ์ในพม่า ไม่น่าร้ายแรงจนถึงต้องอพยพคนไทย แต่เราได้ติดต่อกับกองทัพอากาศแล้ว หากต้องมีการอพยพ…ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในพม่า”

พล.อ.สนธิ กล่าวและว่า ขณะนี้ผู้ช่วยทูตทหารของไทยประจำอยู่ที่กรุงย่างกุ้งแล้ว และได้รายงานสถานการณ์ความคืบหน้ามาตลอด โดยได้ติดต่อกับทูตไทยประจำประเทศพม่า และรู้ว่าคนไทยทั้งหมดอยู่ตรงจุดไหนบ้าง ด้านพล.ท.สำเริง ศิวาดำรงค์ ว่าที่แม่ทัพภาคที่ 3 คนใหม่ สั่งเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนเตรียมแผนรับมือในกรณีที่รัฐบาลทหารพม่า อาจใช้กำลังเข้ากวาดล้างประชาชนที่ลุกขึ้นเรียกร้องประชาธิปไตย ทั้งในส่วนของการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมรวมทั้งการเฝ้าระวังเหตุ ในกรณีที่บรรดาชนกลุ่มน้อยในพม่า อาจฉวยโอกาสจากเหตุวุ่นวายดังกล่าวลุกฮือขึ้นก่อเหตุจนอาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากนายบรรตาล บุญนาค เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ว่า คนไทยอีกประมาณ 200 คน ที่อาศัยอยู่ในพม่ายังคงปลอดภัยดี โดยให้หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีการชุมนุม แต่หากมีความรุนแรงขึ้น จนถึงขั้นต้องอพยพคนไทยกลับประเทศ ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับกองทัพและหน่วยงานความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที แต่ขณะนี้ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยังไม่มีความจำเป็นต้องออกประกาศเตือน ขณะที่ชาวพม่าในส่วนที่ไม่ได้ออกมาประท้วง ยังคงใช้ชีวิตอย่างปกติ สถานที่ราชการ ร้านค้ายังคงเปิดให้บริการเช่นเดิม อย่างไรก็ตามระบบโทรคมนาคมในพม่าขณะนี้ติดขัดอย่างมาก ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการติดต่อระหว่างประเทศ

เขียนใน News. Leave a Comment »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: