เปิดเอกสารลับแผ่นที่ 9 มัด “สนธิ” โกหก

k9.jpg 

เครดิต ประดาป จากเวปไฮ-ทักษิณ

1 สัปดาห์แล้วที่ผมนำเอกสารลับของคมช.ที่ได้รับจาก “ท่านพันเอก” มานำเสนอให้ทุกท่านได้อ่าน ได้รับทราบกัน ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นเอกสารอันตราย แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะแพร่กระจายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ เพราะเครื่องมือที่มีอยู่ก็เป็นเพียงเวปไซต์ 1 เวปไซต์ เท่านั้น ไม่มีหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ในเครือข่ายมาช่วยขยายผล ประโคมข่าว           

แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ก็บังเกิดขึ้น เมื่อปรากฏว่าเอกสารชุดเดียวกันกับที่ผมได้รับมาจากท่านพันเอก นี้ คุณสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ก็มีอยู่ในมือเหมือนกัน และเป็นเหตุบังเอิญอย่างมาก เมื่อคุณสมัคร นำเอกสารลับฉบับนี้ มาแถลงต่อสื่อมวลชน หลังจากที่ผมนำเสนอในเวปไซต์ เพียงหนึ่งคืนเท่านั้น เช้าวันรุ่งขึ้น คุณสมัคร ก็เปิดบ้านแถลงข่าว แต่มีทีเด็ดกว่า Hi-thaksin คือว่า คุณสมัครมีเอกสารลับถึง 2 ฉบับ ซึ่งผมทราบจากทีมงานว่า บางส่วนของเอกสารลับฉบับที่ 2 เคยปรากฏในหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ รายวัน มาก่อนแล้ว           

ผมไม่ทราบเหตุผลของคุณสมัคร ว่าทำไมจึงไม่แจกจ่ายเอกสารให้สื่อมวลชน นำไปเปิดเผยต่อประชาชน แต่เชื่อว่าท่านคงมีเหตุผลของท่าน เพราะประสบการณ์ทางการเมือง และประสบการณ์ทางด้านสื่อสารมวลชน ของคุณสมัคร สูงมาก และมีความช่ำชองอย่างยิ่งในการใช้ข้อมูลข่าวสาร เพื่อการใดการหนึ่ง ซึ่งผมในฐานะผู้ด้อยประสบการณ์ อ่านความคิดของท่านไม่ออกจริงๆ            

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าเพราะการแถลงข่าวของคุณสมัคร แท้ๆ เทียว จึงทำให้ทุกท่านเข้ามาค้นหาความจริงในเวปไซต์ Hi-thaksin อย่างถล่มทลาย เนื่องจากคุณสมัคร เพียงแค่อ่านให้ฟัง แต่ในเวปไซต์นี้ เปิดหมดทุกหน้า ทุกบรรทัด ทุกตัวอักษร และทุกท่านที่เข้ามาก็ต้องมีอาการมือไม้อ่อน หมดแรง แทบสลบหน้าจอคอมพิวเตอร์ เมื่อได้พบเจอกับความจริงที่น่ารังเกียจ ความจริงที่น่าชิงชัง ความจริงที่น่าละอาย ดังที่ได้พบเห็นกันแล้ว           

ผมเชื่อว่าสื่อมวลชนทั้งหลาย ทั้งที่ไปฟังคุณสมัคร แถลงข่าว และไม่ได้ไปฟัง ก็เข้ามาค้นหาความจริงจากเวปไซต์ของเราด้วย แต่เมื่อได้พบเห็นความจริงแล้ว กลับไม่ทำหน้าที่ในฐานะสื่อมวลชน ตรงกันข้ามกลับทำหน้าที่ในฐานะสื่อเผด็จการ อย่างแข็งขัน ทำให้ผมเข้าใจถึงเหตุผลของคุณสมัคร ว่าทำไมจึงไม่แจกเอกสารให้แก่สื่อมวลชน            

ในกรณีนี้ สื่อมวลชนเลือกที่จะปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบหาความเท็จในเอกสาร และจับผิดผู้นำเสนอมากกว่า ที่จะตรวจสอบหาความจริงในเอกสาร และตั้งคำถามต่อผู้จัดทำเอกสารลับ แต่กลับกลายเป็นว่าผู้นำเอกสารมาเปิดเผย ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม ซึ่งน่าประหลาดมากว่า 2 ข้อกล่าวหาที่คุณสมัคร ได้รับจากนายทหารบางคนในกองทัพ ในขณะนี้ มีทั้ง ปลอมแปลงเอกสารทางราชการ และ นำเอกสารลับทางราชการมาเปิดเผย ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง            

หากถูกตั้งข้อหา ปลอมแปลงเอกสารราชการ ก็ไม่ควรจะตกเป็นผู้ต้องหา นำเอกสารราชการมาเปิดเผย ว่า เอกสารที่ถูกปลอมแปลง ย่อมจะไม่ใช่เอกสารทางราชการ เว้นเสียแต่เอกสารนั้นเป็นเอกสารจริง ไม่ได้มีการปลอมแปลง แต่เพราะต่างคนต่างพูดกันไป จึงทำให้การตั้งข้อกล่าวหาต่อการกระทำเดียว จึงมีลักษณะที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง และทำให้การชี้แจงของกองทัพ ไม่น่าเชื่อถือ            

การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในกรณีนี้ มีทั้งการตั้งข้อกล่าวหา ตั้งข้อสงสัย ตั้งข้อสังเกตว่าเอกสารลับที่นำมาเปิดเผย เป็นเอกสารปลอมบ้าง เป็นเอกสารเท็จบ้าง เป็นเอกสารที่ตัดต่อมา มีการนำเสนอบทสัมภาษณ์ ความเห็น และการคาดเดาของทหารหลายคน โดยเฉพาะการเสนอข้อมูลข่าวสารการให้สัมภาษณ์จากพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคมช. และ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกคมช. โดยไม่พยายามที่จะค้นหาความจริงที่ถูกซ่อนเร้น มานำเสนอต่อประชาชน ดังเช่นที่สื่อมวลชนที่ดีพึงกระทำ นอกเหนือจากนำคำพูดของผู้ถูกกล่าวหามาเป็นตัวตั้ง แล้วดิสเครดิตผู้นำความจริงมาเปิดเผย            

มีนายทหารจำนวนมากที่ออกมาปฏิเสธว่าเอกสารที่ผมนำมาเสนอ เป็นเอกสารปลอม เป็นเอกสารเท็จ แต่มีนายทหารคนเดียวที่ไม่กล้าปฏิเสธ คือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ได้แต่บ่ายเบี่ยงว่า ไม่เคยเห็นเอกสารฉบับนี้ ไม่เคยรับรู้ ไม่เคยได้ดูข้อความที่ปรากฏอยู่ในเอกสารลับแม้แต่ตัวเดียว และปัดภาระไปให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก คนปัจจุบัน ตอบแทน โดยอ้างว่าพ้นจากตำแหน่งมาแล้ว            

จนถึงวันนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ยังคงเงียบกริบ ไม่พูดถึงเรื่องนี้แม้แต่คำเดียว           มีข้อสงสัยไปถึง พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร รองปลัดกระทรวงกลาโหม ว่าเป็นผู้นำเอกสารลับมาเปิดเผย เพื่อดิสเครดิตพล.อ.สนธิ หลังจากที่ถูกย้ายออกจากกองทัพบก ไปตกที่นั่งไม่มีงานทำ ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหม            

มีข้อน่าสังเกตว่า ทำไม พล.อ.มนตรี สังขพงศ์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ต้องรีบร้อนเข้าพบพล.อ.สนธิ หลังจากที่นายสมัคร สุนทรเวช แถลงเรื่องเอกสารลับ            

เงื่อนงำที่ชวนให้คิดว่า ทำไม พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จึงยอมรับเพียงครึ่งเดียว ว่ามีเอกสารลับจริง แต่ไม่มีข้อความสกัดกั้นพรรคพลังประชาชน เหตุใดพล.อ.สุรยุทธ์ จึงไม่เห็นข้อความเหมือนที่ทุกท่านได้เห็นแล้ว มีอะไรบังตาพล.อ.สุรยุทธ์ อย่างนั้นหรือ           

มีความพยายามอย่างยิ่งยวดจาก พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคมช. ว่านายสมัคร ตัดต่อเอกสารลับ 2 ฉบับ และบิดเบือนข้อความในเอกสาร โดยยอมรับว่ามีเอกสารลับเพียง 1 ฉบับ ที่พล.อ.วินัย ภัทยิกุล เลขาธิการคมช. เป็นผู้นำเสนอต่อพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ในฐานะประธานคมช. ซึ่งเป็นเอกสารเปิดเผย ไม่ใช่เอกสารลับ แต่เอกสารลับที่นายสมัคร นำมากล่าวอ้างนั้น ซึ่งเป็นฉบับเดียวกับที่ผมนำมาเสนอ เป็นเอกสารที่น่าจะปลอม ไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีผู้บังคับบัญชาท่านใดเซ็นหนังสือดังกล่าว มีเพียงผู้นำเสนอเท่านั้น           

มีความผิดปกติว่า เหตุใด พ.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข นายทหารผู้ลงนามนำเสนอเอกสารลับสกัดกั้นพรรคพลังประชาชน ให้พล.อ.สนธิ พิจารณา จึงถูกสั่งปิดปากเด็ดขาด ไม่ให้พูดกับสื่อมวลชน ไม่ให้ชี้แจง ทั้งตอบรับหรือปฏิเสธ ทั้งๆ ที่ประชาชนทั้งประเทศ กำลังตั้งคำถามกับกองทัพ ด้วยความไม่ไว้วางใจ แต่เหตุใดกองทัพจึงเลือกที่จะไม่ปฏิเสธ และไม่ชี้แจงถึงความบริสุทธิ์ของตนเอง           

ในฐานะผู้นำเสนอเอกสารลับฉบับลงวันที่ 14 กันยายน 2550 เลขที่ คมช. 0003.5/480 เรื่อง การปฏิบัติการข่าวสารตั้งแต่ปัจจุบันถึงวันปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง ที่ปรากฏในเวปไซต์ นี้ ผมอยากจะบอกว่าท่าทีของนายทหารท่านต่างๆ ที่ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีเอกสารลับฉบับนี้ เอกสารที่ผมนำมาเสนอเป็นเอกสารปลอม เป็นเอกสารเท็จ เป็นเอกสารที่ไม่มีที่มาที่ไป เป็นอาการที่น่าสมเพชยิ่งนัก ผมไม่แน่ใจว่าท่านพูดเพราะไม่รู้ หรือ พูดทั้งๆ ที่รู้ แต่ก็ยังโกหก เพราะคิดว่าประชาชนโง่เง่าไม่ต่างจากวัวควาย สั่งซ้ายก็ซ้าย สั่งขวาก็ขวา           

ที่น่าสมเพช และ ขบขันมากที่สุด ก็คือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี คนดีศรีเผด็จการ ผมเข้าใจดีว่าความรู้สึกของท่านคงกระอักกระอ่วนใจอยู่ไม่น้อย รับก็ไม่ได้ ปฏิเสธก็ไม่ได้ พูดจริงก็ไม่ชัด พูดโกหกก็ไม่กล้า ได้แต่บ่ายซ้ายเบี่ยงขวา เลี่ยงไปทางโน้นที เลี้ยวมาทางนี้ที เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะท่านรู้ดีว่าท่านทำอะไรไว้นั่นเอง            

พล.อ.สนธิ รู้ดีแก่ใจว่าผมยังนำเอกสารมาเปิดเผยไม่ครบถ้วน ยังขาดเอกสารแผ่นสำคัญอีกหนึ่งใบ ซึ่งท่านกำลังชั่งใจอยู่ว่า ผมจะมีหรือไม่            

ถ้าแน่ใจว่าผมไม่มี ท่านก็จะได้ปฏิเสธเต็มปากเต็มคำว่าไม่มีส่วนรู้เห็น แต่เป็นพ.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ทำเอกสารทั้ง 8 แผ่นนี้ขึ้นมาเอง โดยที่ท่านไม่ได้มีส่วนในการพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการสกัดกั้นพรรคพลังประชาชน และไม่ได้รับทราบ ตามที่นำเสนอขึ้นมา           แต่ถ้าผมมีเอกสารแผ่นสำคัญแผ่นนั้นล่ะ ท่านจะทำอย่างไร หากปฏิเสธเต็มปากเต็มคำแล้ว มีการนำเอกสารแผ่นสำคัญที่เหลืออีก 1แผ่น ขึ้นมาแฉ แม้ท่านก็จะไม่ยอมลาออก แต่ก็หลอกใครต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะถูกจับโกหกครั้งใหญ่ได้แบบคาหนังคาเขา            

ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ พล.อ.สนธิ ต้องอยู่ในสภาพที่น่าสมเพช แกมทุเรศ และขบขัน ต้องอมคำโกหกไว้ในปากมายาวนานถึง 1 สัปดาห์            เพื่อไม่ให้พล.อ.สนธิ ต้องกระอักกระอ่วนใจ พะอืดพะอม ที่ต้องอมคำโกหกไว้ในปากอีกต่อไป ผมจึงตัดสินใจที่จะนำเอกสารแผ่นที่ 9 ซึ่งเป็นเอกสารแผ่นสำคัญที่สุด ออกมาเปิดเผย เพื่อที่พล.อ.สนธิ จะได้นึกออกเสียทีว่า เคยเห็นเอกสารลับฉบับนี้ที่ไหน และเมื่อไร และ ได้ทำอะไรไว้บ้างเกี่ยวกับเอกสารลับฉบับนี้ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2550 ที่ผ่านมา ก่อนที่ท่านจะพ้นตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เพียง 10 วันเท่านั้น            

ไม่น่าเชื่อว่า พล.อ.สนธิ จะมีอาการอัลไซเมอร์ ในขณะที่วัยเพียง 60 ปี (จบ) บริบูรณ์ เท่านั้นเอง           นับจากวันที่ 20 กันยายน 25550 ที่ท่านเซ็นอนุมัติให้ปฏิบัติการข้อเสนอในเอกสารลับฉบับสกัดกั้นพรรคพลังประชาชน จนถึงวันนี้ก็เพิ่งผ่านไปเพียง 1 เดือน กับ 7 วัน เท่านั้น ไม่น่าเชื่อว่าท่านจะลืมไปหมดแล้ว ลืมไปหมดว่าเคยมีเอกสารลับฉบับนี้เข้ามาที่โต๊ะทำงาน และได้เซ็นสั่งการไว้ว่าอย่างไร            แก่แล้ว แก่เลยจริงๆ แก่แก้ไขไม่ได้แล้วล่ะครับ อาการแบบนี้            

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน บอกว่าไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้มาก่อน และจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้เห็น ไม่ได้ให้ความสนใจ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเอกสารลับฉบับนี้ ต้องให้กองทัพบกชี้แจงเอง            เมื่อท่านไม่ยอมรับตามแบบฉบับลูกผู้ชายชาติทหาร ผมจึงต้องนำเอกสารลับแผ่นที่ 9 มานำเสนอเพื่อทบทวนความทรงจำให้แก่ท่าน           

เอกสารลับแผ่นที่ 9 ที่ผม(แกล้ง)ลืมนำมาเปิดเผยในครั้งแรก เพราะอยากเห็นอาการของแต่ละคน แต่ละท่านว่าจะดิ้นรนเอาตัวเองรอดออกไปทางไหน เป็นเอกสารบันทึกข้อความปะหน้าเอกสาร 8 แผ่นที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว ออกจากส่วนราชการ ศปก.ทบ. (ฝ่ายยุทธการฯ โทร.02-279-7977) ที่ กห.0407/480 วันที่ 14 ก.ย.50

เรื่องการปฏิบัติการข่าวสารตั้งแต่ปัจจุบันถึงวันเปิดรับสมัครเลือกตั้ง เรียน ผบ.ทบ./ ประธานคมช. มีข้อความดังนี้           “เห็นสมควรอนุมัติตามที่ ศปก.ทบ. เสนอในข้อ 4”            

ผู้นำเสนอเป็นนายทหารระดับพลโท ระบุตำแหน่ง ผช.เสธ.ทบ.ฝยก. / หน.สปค.ศปศ.คมช. ลงวันที่ 17 ก.ย.50            จากผู้เสนอเมื่อวันที่ 17 ก.ย.50 เอกสารลับฉบับนี้ ได้รับการพิจารณากลั่นกรอง จาก พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ เสธ.ทบ. / เสธ.ศปศ.คมช. ในวันเดียวกันคือวันที่ 17 ก.ย.50            จากนั้นก็ถูกส่งต่อไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผช.ผบ.ทบ.(2) /รองผอ.ศปศ.คมช. ซึ่งพิจารณากลั่นกรองและลงนามในวันที่ 18 ก.ย.50            ก่อนจะไปถึง พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผช.ผบ.ทบ.(1) / ผอ.ศปศ.คมช. ลงนามหลังจากกลั่นกรองแล้วในวันที่ 19 ก.ย.50            เมื่อเอกสารฉบับนี้ได้รับการกลั่นกรองจาก 3 เสือ ทบ. แล้ว ก็ถูกส่งต่อไปยังพล.อ.สนธิบุญยรัตกลิน เพื่อพิจารณาอนุมัติตามแผนการที่พ.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนอมาดังที่ปรากฏในเอกสารและข้อมูลตารางทั้ง 8 แผ่น ปรากฏว่า พล.อ.สนธิ บุยญรัตกลิน ในฐานะผบ.ทบ. / ประธานคมช. ลงนามอนุมัติในข้อ 4 เมื่อวันที่ 20 ก.ย.50           

เอกสารแผ่นที่ 9 นี้ตีตราลับ และด่วนมาก มีลายเซ็นของ 4 เสือ ทบ. ครบถ้วน พร้อมทั้งลงวันที่ที่ลงนามในบันทึกข้อความ กำกับไว้ด้วย            เพราะเอกสารลับแผ่นนี้ยังไม่ปรากฏต่อประชาชนนั่นเอง จึงทำให้ ทุกคนที่ลงนาม เซ็นชื่อในเอกสารลับฉบับนี้ ต้องสงวนท่าทีไว้ ไม่มีใครยอมเปิดปากพูดแม้แต่คำเดียว ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน โยนเผือกร้อนมาให้ หรือ พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ รองผบ.สส. ที่วิ่งแจ้นเข้าพบพล.อ.สนธิ ด้วยความร้อนรน หลังจากเอกสารลับแผนการสกัดกั้นพรรคพลังประชาชน ถูกแฉออกมา กระทั่ง พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร รองปลัดกระทรวงกลาโหม ก็เก็บปากเก็บคำเงียบผิดปกติ เมื่อถูกถามถึงเรื่องนี้ แม้แต่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นผู้ปล่อยเอกสารลับฉบับนี้ออกมาหรือไม่            

คงมีแต่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เพียงคนเดียว ที่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา พูดไม่ตรง ตอบไม่ชัด ได้แต่อู้อี้อยู่ในลำคอ เพราะรู้ดีแก่ใจว่าถึงอย่างไรก็หนีความจริงไปไม่พ้น            ส่วน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกคมช. ที่ออกมาแก้ตัวแทนนายนั้น อย่าไปสนใจเลย กับทหารสายพันธุ์นั้น เสียเวลาและเสียมือที่ต้องไปจัดการกับทหารตอแหลคนนี้ คนที่มีฝีมือชั้นนี้ ไม่มีที่ให้อยู่มากนักหรอก หมดคมช.เมื่อไร ก็หมดอนาคตเมื่อนั้น            

ถึงวันนี้ พ.อ.สรรเสริญ ก็ไม่ต่างอะไรจากศพเดินได้อยู่แล้ว เพราะใช้ลิ้นและคำพูดเชือดคอตัวเองตายไปตั้งแต่วันแรกที่แถข้างๆ คูๆ ว่าเอกสารปลอม เอกสารเท็จ นั่นล่ะครับ           วันนี้ ผมเปิดเอกสารแผ่นที่ 9 ออกมาแล้ว ก็อยากจะรู้ อยากจะดู ว่า ทหารหน้าไหน จะกล้าโกหก ตอแหล ให้ประชาชนฟังกันอีก            ผมบอกไว้ตั้งแต่วันแรกที่นำเอกสาร 8 แผ่น มาเปิดเผย ว่าผมอยากจะเห็นท่าทีของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.คนใหม่ ว่าท่านจะแสดงอาการอย่างไร และมีคำสั่งอย่างไร ต่อเอกสารลับฉบับนี้            วันนี้เอกสารถูกนำมาเปิดเผยหมดแล้ว ประชาชนได้รับรู้แล้วว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็เป็นคนหนึ่งร่วมเซ็นชื่อรับรู้ กับแผนการลับสกัดกั้นพรรคพลังประชาชน ฉบับนี้ด้วย ท่านจำเป็นต้องพูดแล้วล่ะครับว่า ท่านยังคงยืนยันหรือไม่ว่า ทหารจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกต่อไป และ ทหารจะกลับกองทัพ            

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะผบ.ทบ. และ ในฐานะ รองผอ.ศปศ.คมช. ท่านจะหลีกเลี่ยง ไม่ชี้แจงบทบาทหน้าที่ของทหาร และ กองทัพบกภายใต้การบังคับบัญชาของท่าน ไม่ได้แล้ว            

คำสั่งที่พล.อ.สนธิ เซ็นอนุมัติไว้ ลงวันที่ 20 ก.ย.50 ย่อมแสดงว่าคำสั่งนั้น มีผลตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2550 จนถึงวันปิดรับสมัครเลือกตั้ง แสดงว่าขณะนี้คำสั่งดังกล่าวก็ยังมีผลบังคับใช้อยู่ และจะมีผลต่อไปจนถึงวันปิดรับสมัครเลือกตั้ง ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2550 เวลาที่เหลือจากนี้จนถึงวันปิดรับสมัครเลือกตั้ง กองทัพบก ที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น ผู้บัญชาการ และ ศปศ.คมช. ที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นรองผู้อำนวยการ จะปฏิบัติหน้าที่อย่างไร กับคำสั่งตามเอกสารลับฉบับนี้            

ผมมีคำถามเดียวที่จะถามพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก            คำขวัญของกองทัพ ที่บอกว่า “เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และ ประชาชน” ยังเชื่อถือได้หรือไม่           วันนี้ ประชาชนต้องการคำตอบ และ ความกระจ่างจากองทัพบก ท่านจะตอบหรือไม่           หรือว่า คำขวัญกองทัพบกที่แท้จริง คือ “เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน”            ระหว่าง ประชาชน กับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน            พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา จะเลือกใคร?           ส่วน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผบ.ทบ. อดีตประธานคมช. ผู้ลงนามอนุมัติแผนการสกัดกั้นพรรคพลังประชาชน ผมไม่มีคำถาม และไม่มีข้อเรียกร้องต่อท่าน เพราะ ท่านเป็นบุคคลที่ไม่มีวันที่จะเข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตย และเป็นบุคคลที่ยากแก่การเยียวยา เพื่อต้อนรับกลับสู่สังคมประชาธิป ไตย อีกแล้ว           ที่สำคัญคือ ท่านเป็นคนโกหก ท่านไม่เคยพูดความจริงกับประชาชน           สักวันหนึ่ง ประชาชนจะพิพากษาการกระทำของท่าน และลงโทษต่อท่านเอง           

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคมช. ที่บอกว่าเอกสารลับฉบับนี้ไม่มีที่มาที่ไป และผู้บังคับบัญชา ไม่มีส่วนรู้เห็น รู้ไหมว่าท่านเป็นทหารปากเหม็น เป็นตัว อย่างที่เลวแก่ทหาร และประชาชน ที่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง            เอกสารแผ่นที่ 9 ที่นำมาเปิดเผยในวันนี้ คงทำให้กระจ่างแล้วว่า เอกสารลับฉบับนี้มีที่มาและที่ไปชัดเจน ถูกต้องครบถ้วนทุกขั้นตอนตามระเบียบทบ.ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2537            

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่ดีที่สุดของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ท่านได้ทำลายเกียรติยศของนายกรัฐมนตรี และ องคมนตรี ที่ท่านเคยดำรงตำแหน่ง อย่างหมดสิ้น ท่านกล้าที่จะโกหกประชาชน ครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อปกป้องพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน แต่ท่านไม่เคยคิดที่จะปกป้องประชาชน ให้หลุดพ้นจากคำโกหกของพล.อ.สนธิ แม้แต่ครั้งเดียว            เหล่าทหารหาญของชาติ ผมเข้าใจดีว่ากองทัพย่อมต้องมีวินัย แต่เหนือคำว่าวินัย คือ คุณธรรม ความถูกต้อง            วันนี้ ท่านจะยอมให้พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน จูงจมูกท่านเดินไปสู่ห้วงแห่งหายนะเช่นนั้นหรือ            กองทัพเป็นของทหารทุกคน ประเทศชาติเป็นของประชาชนทุกคน           

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ไม่ใช่เจ้าของกองทัพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่างหากเล่าที่ทรงเป็นจอมทัพไทย           

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ไม่ใช่เจ้าของประเทศ ประชาชนทุกคนต่างหากเล่าที่เป็นเจ้าของประเทศไทย            

แล้วทำไม เราจึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรมของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ด้วยเล่า           แล้วทำไม เราจึงต้องยอมให้พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน มีอำนาจเหนือกองทัพ และประชาชน ด้วยเล่า           แล้วทำไม เรา ทหาร กับ ประชาชน จึงไม่ร่วมมือกันกำจัด พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน            แล้วทำไม เรา ทหาร กับ ประชาชน จึงไม่ร่วมกันฟื้นฟูประเทศไทย และสร้างสรรค์ประชาธิปไตย ขึ้นใหม่            ประเทศไทย และ ประชาธิปไตย ที่ปลอดจาก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน            พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน บุคคลที่ไม่พึงประสงค์ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: