Thai coup leader a millionaire

Monsters & Critics

Bangkok – General Sonthi Booonyaratkalin, the man who overthrew Thailand’s billionaire prime minister Thaksin Shinawatra last year on corruption charges, is no pauper himself, a media report said Tuesday.  

According to the National Counter Corruption Commission (NCCC) Sonthi, his two wives and underage daughter have a net worth of 95 million baht (2.8 million dollars), the Bangkok Post online news service reported.

Sonthi, Thailand’s first Muslim army commander-in-chief, has declared assets worth 38.79 million baht while his first wife Sukalaya has assets of 14.04 million baht, his second wife Piyada has assets of 42.07 million baht and their daughter has 300,000 baht, the NCCC disclosed.

Thailand outlawed polygamy several decades ago, but many common-law unions go unregistered. It was unclear why Sonthi registered the assets of both women in his declaration.

Sonthi was obligated to disclose his family’s personal assets to the NCCC upon taking up his current government post as deputy prime minister last month. When still army chief, Sonthi led a coup d’etat on September 19, 2006, to topple former premier Thaksin on charges of mass corruption and dividing the nation.  

Despite their meagre salaries, many of Thailand’s generals are millionaires, a phenomenon that can sometimes be explained by the top military’s propensity to marry into wealth, if they don’t stumble into it by other means.  

Shinawatra clears Thais to train with Man City

Telegraph 

Billionaire Manchester City owner Thaksin Shinawatra has given his country’s national team squad the go-ahead to train at the club next month to help their 2010 World Cup qualifying campaign.

Thaksin, the former Thai prime minister, will bring the entire Thailand squad to Manchester for an 11-day stay next month.

Thailand’s football federation president, Worawi Makudi, said: “If we want to go to the World Cup, this is what we have to do.

“Manchester City are keen to help us, they signed some of our players and they are happy to pay for our preparation.”

Thaksin has been criticised for trying to push through the signing of Thai players, including international full-back Suree Sukha, since his arrival at the club last summer, although that has been tempered by City’s best season start in a century under Sven-Goran Eriksson.

Thailand, who have never reached the World Cup finals, have been drawn with Japan, Oman and Bahrain in the third round of Asian qualifiers.Makudi said that Shinawatra would be footing most of the bill for the players’ use of club facilities. 

เขียนใน Sport. Leave a Comment »

ปีหน้าแตะ 32 บาทส่งออกล้มระนาว

ที่มา ไทยรัฐ 

นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า กรมจะประชุมสรุปคาดการณ์ ส่งออกปี 2551 ในต้นเดือน ธ.ค.นี้ เพราะขณะนี้ ได้หารือกับผู้ส่งออกเกือบจะทุกอุตสาหกรรมแล้ว ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเติบโตใกล้เคียงกับปีนี้ที่ตั้งเป้าหมาย ขยายตัวที่ 12.5% มูลค่า 145,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกส่วนใหญ่ยังเป็นห่วงเรื่องค่าเงินบาทซึ่งขณะนี้แข็งค่าขึ้นไปถึง 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูง ขึ้นกระทบต้นทุนการผลิตสินค้า และค่าขนส่ง รวมถึงปัญหาตลาดสหรัฐฯซบเซา

ด้านนายสมบูรณ์ เจือเสถียรรัตน์ อุปนายก สมาคมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ปี 2551 คาดว่าการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 3-4% จาก 10 เดือนแรกยังติดลบ 4% เพราะการส่งออกไปสหรัฐฯจะขยายตัวดีขึ้นเห็นได้จากคำสั่งซื้อช่วงปลายปีที่มีมากขึ้น โดยขณะนี้ผู้ประกอบการปรับตัวรับการแข่งขัน ได้ที่ค่าเงินบาท 34 บาทต่อดอลลาร์ฯ แต่หากปีหน้าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 32 บาท คงจะมีโรงงานสิ่งทอหลายโรงปิดตัวเพิ่มขึ้น เพราะแบกรับภาระขาดทุนไม่ไหว

ส่วนนายสุขใจ เหลืองมีกูล กรรมการฝ่ายพัฒนาการส่งออก/งานแสดงสินค้า สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย กล่าวว่า ปีหน้าการส่งออกกลุ่มนี้คาดจะขยายตัว 15% มูลค่า 6,900 ล้านเหรียญฯ ชะลอตัวจากปีนี้ที่เพิ่มขึ้น 30% เพราะตลาดชิ้นส่วนยานยนต์แข่งขันสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบเรื่องค่าเงินบาท โดยขณะนี้อุตสาหกรรมต้นน้ำคือโรงงานแม่พิมพ์ที่ใช้ทำชิ้นส่วนยานยนต์ปิดตัวมากขึ้น เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ไม่รับค้ำประกัน ขณะที่ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีเงินทุนหมุนเวียนไม่พอ

ขณะที่นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ นายกสมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน กล่าวว่า การส่งออกของกลุ่มในปีหน้าคาดขยายตัวเพิ่มขึ้น 5% หรือใกล้เคียงกับปีนี้มูลค่า 420 ล้านเหรียญ โดยตลาดสหรัฐฯที่มีสัดส่วนการส่งออกของกลุ่มของขวัญถึง 36% มีอัตราการขยายตัวลดลง 10.12%

ด้านนายปรีชา พิพัทธกุศลสุข ผู้อำนวยการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย กล่าวว่า การส่งออกกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ในปี 2551 คาดขยายตัวเพิ่มขึ้น 5% จากปีนี้ที่คาดว่าจะขยายตัว 3% มูลค่า 1,270 ล้านเหรียญฯเพราะคาดว่าการส่งออกไปตลาดใหม่จะขยายตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะตะวันออกกลาง.  

เขียนใน Economics. Leave a Comment »

กกต.เพิ่มกฎเหล็ก สวมโซ่ตรวน 111 ทรท

ข่าวจาก โพสต์ ทูเดย์

 มติ 111 ไทยรักไทย ส่ง “สุธรรม – อดิศร” ฟ้องกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ และเอไอ กรณีกกต.ห้ามยุ่งการเมือง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เปิดเผยหลังหารือร่วมกับอดีตกรรมการพรรคไทยรักไทย กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ห้าม 111 ทรท.เดิม ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ว่า ได้มีมติส่งตัวแทนคือนายสุธรรม แสงประทุม กับนายอดิศร เพียงเกษ เข้าร้องเรียงกับเข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในวันพรุ่งนี้ (20พ.ย.) เวลา 11.00 น. แทนการฟ้องร้องต่อศาล เนื่องจากณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ยังไม่ออกระเบียบชัดเจนเกี่ยวกับการห้าม 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเป็นปรึกษาและปราศรัยหาเสียง อีกทั้งเกรงว่าศาลจะไม่รับคำร้องด้วย

พร้อมกันนี้ ยังได้มีมติเตรียมดำเนินการร้องเรียนต่อองค์กรนิรโทษกรรมสากล หรือ เอไอ เพื่อให้ทั่วโลกรับรู้ถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทยของ กกต. นายจาตุรนต์ ยังกล่าวด้วยว่า อดีตแกนนำกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยยังคงเดินหน้าจัดเวทีปราศรัยต่อไป โดยจะเริ่มจัดเวทีปราศัยในวันศุกร์ที่ 23 พฤจิกายนนี้ ที่สวนจตุจักร ภายใต้ชื่อ “บ้านเลขที่ 111 พบประชาชน” และวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ จ.นครราชสีมา ขณะเดียวกัน จะมีการเปิดเว็บไซต์ชื่อ “บ้านเลขที่ 111 พบประชาชน” อีกด้วย

ผวากกต.ปวีณา-สนธยาลาออก นางปวีณา หงสกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่กกต.มีมติไม่ให้อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คนไม่ให้ดำเนินกิจการทางการเมือง ว่า ขณะนี้ตนรู้สึกอึดอัดและสับสนที่กกต.ไม่มีความชัดเจน ซึ่งตนคิดว่ากกต.ควรจะเรียกทีมทนายของแต่พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องไปหารือเพื่อหาทางออกกับเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ออกเป็นระเบียบออกมาว่า ทั้ง 111 คนไม่ควรทำอะไรบ้างที่ผิดกฎหมายการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ตนยินดีที่จะทำตามทุกอย่างตามที่กกต.มีมติ

ขณะนี้ตนก็ได้หารือกับนายเกษม สรศักดิ์เกษม ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคชาติไทยแล้ว ซึ่งวันนี้นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยก็ได้เรียกทีมกฎหมายของพรรคหารือ อย่างไรก็ตาม ตนได้ยื่นหนังสือลาออกในตำแหน่งที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยให้กับหัวหน้าพรรคชาติไทยตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งหัวหน้าพรรคจะนัดตนคุยอีกครั้ง เพราะไม่อยากให้พรรค และผู้สมัครต้องเดือดร้อน สำหรับนายสนธยา คุณปลื้ม ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทย ในฐานะหนึ่งในอดีตกรรมการบริหารพรรคไทรรักไทย 111 คน ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นการภายใน โดยได้ยื่นหนังสือกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับพรรค

อำลาพรรคเพื่อแผ่นดิน นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ได้แถลงลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการประสานงานการเลือกตั้งพรรคเพื่อแผ่นดิน หลังคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. มีมติห้ามอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการร้องเรียนหรือตีความ แม้จะเห็นว่าตำแหน่งดังกล่าว จะไม่ขัดกับข้อกฏหมายก็ตาม อย่างไรก็ตาม นายสุรนันทน์ ยังคงยืนยันจะช่วยงานทางการเมืองกับพรรคเพื่อแผ่นดินต่อไป โดยจะหารือร่วมกับนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายพินิจ จารุสมบัติ และนายปรีชา เลาหะพงษ์ชนะ ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเช่นกัน เพื่อจะพิจารณาว่าจะช่วยงานของพรรคในส่วนใดต่อไป

นายสุรนันทน์ กล่าวด้วยว่า สิทธิทางการเมืองเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ และการเพิกถอนสิทธิใดๆ จะต้องมีกฏหมายรองรับ พร้อมเรียกร้องให้ กกต. เปิดใจและเปิดทัศนคติ และดำเนินการใดๆ ในทางที่จะเสริมสร้างระบอบประชาธิปไตย ขณะที่นายสุรเกียรติได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งประธานสภาวิชาการ และไม่ขอรับตำแหน่งประธานสภานโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรค เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

จากข่าวดังกล่าว หมัดเหล็ก-ไทยรัฐ ได้เขียนแทนใจคนไทยหลายล้านคนไว้ ที่คงจะมีอาการไม่ต่างกันเท่าไหร่ กับการสวมโซ่ตรวน ของ กกต. ที่ลิดรอนสิทธิ 111 อดีตกรรมการบริหารพรรค ทรท.

กรณีที่คณะกรรมการด้านกิจการพรรคการเมืองของ กกต. เพิ่มกฎเหล็ก สวมโซ่ตรวน ขังความอิสรภาพของอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คนอย่างเลือดเย็น ผมต้องขอคัดค้านอย่างแรง เพราะนั่นบ่งบอกถึง ระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย กำลังอ่อนแอถึงขีดสุดลมหายใจแห่งประชาธิปไตยถูกปิดกั้นเรียกว่า จะแสดงออกในสิทธิขั้นพื้นฐานทางการเมืองทำไม่ได้ แม้แต่อย่างเดียว

ผมรับไม่ได้จริงๆ ต้องตั้งคำถามกับสังคมดังๆว่า เวลานี้ประเทศไทยยังเป็นประชาธิปไตยอยู่หรือไม่หรือประชาธิปไตยถูกคลุมถุงชนบ้านอื่นเมืองอื่นก็ไม่ได้ลิดรอนสิทธิพื้นฐานของประชาชนมากมายอย่างนี้

นอกจากประเทศที่ปกครองโดยเผด็จการทหารเท่านั้น ที่จะมีพฤติกรรมเช่นนี้ก็แปลกอยู่อย่าง ที่คนไทยออกจะใจเย็นกับความเป็นอิสรภาพและเสรีภาพ หรือเพราะอาจจะใช้เสรีภาพกันอย่างสิ้นเปลืองจนเกินไป เลยไม่เคยได้สัมผัสอิสรภาพและเสรีภาพที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไรวันหนึ่งถ้าถูกเอาปืนจ่อหัว ต้องบังคับให้ทำอย่างโน้น ห้ามอย่างนี้จะรู้สึกและจะกระหายในประชาธิปไตยขึ้นมาทันทีผมเคารพความเห็นของครูบาอาจารย์ทุกท่าน และต้องขอแสดงความคิดเห็นระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ ด้วยความเคารพจริงๆ

การที่ คุณบุญทัน ดอกไธสงในฐานะรองประธานคณะกรรมการกิจการพรรคการเมือง เห็นด้วยกับการตัดสิทธิพื้นฐานทางการเมืองในครั้งนี้มีเหตุผลอย่างไรอาจารย์บุญทันเป็นนักรัฐศาสตร์ แต่กลับไปยึดหลักนิติศาสตร์ในการตัดสินใจนั่นก็เป็นประเด็นหนึ่ง

แต่การปกครองบ้านเมือง ย่อมต้องยึดหลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ควบคู่กันไปด้วยไม่ใช่หรือมาถึงวันนี้ผมอยากจะเรียกร้องให้ ผู้ที่ถูกจำกัดสิทธิ์ และถูกลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานทางการเมืองลุกขึ้นสู้ ประกาศเรียกร้องความเป็นอิสรภาพเป็นตัวแทนของประชาธิปไตยไม่ใช่หดหัวปล่อยให้ อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ ครอบงำอยู่ร่ำไป

โดยเฉพาะบรรดานักการเมือง ศักดิ์ศรีของความเป็นประชาธิปไตยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าไม่มีศักดิ์ศรีก็อย่ามาประกาศตัวรับใช้ประชาชนมองอนาคตประชาธิปไตยในมุมการเมืองแทบจะหมดหวัง พฤติกรรมนักการเมืองไม่พัฒนา

แม้แต่วิธีการหาเสียง ยังวนเวียนใช้มุกเก่าน้ำเน่าเหมือนเดิม แสดงให้เห็นถึงความด้อยวุฒิภาวะและศักยภาพภาวะผู้นำ ไม่ใช่การไปเต้นแร้งเต้นกา ใช้วาจาอย่างไร้สาระ หรือสร้างภาพ เพื่อขอแค่เป็นข่าวตามหน้าสื่อไปวันๆเท่านั้น คนที่จะเป็นผู้นำได้ ต้องมีกึ๋นด้วย บุคลากรสำคัญทางการเมืองที่ถูกทำลายโดยกฎเหล็กและยังปิดกั้นบุคลากรรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาทำงาน เลยเปิดช่องให้บุคลากรน้ำเน่าคืนชีพ

หมดอารมณ์จะฝากผีฝากไข้ พับผ่า  

“สมัคร” ให้สัมภาษณ์ Asia Times Online-The millitary’s democratic nightmare

The Thai military’s democratic nightmare
By Shawn W Crispin

BANGKOK – When former Thai prime minister Thaksin Shinawatra first approached Samak Sundaravej to head the new People’s Power Party (PPP), the new incarnation of the recently disbanded Thai Rak Thai (TRT) party, Samak says he advised the exiled leader to pick somebody else instead. Only after Thaksin pleaded, says the veteran politician in an exclusive interview with Asia Times Online, did he agree to take the PPP’s leadership. His surprise appointment has since caused plenty of political ripples, both inside and outside the party. The military coup-makers who ousted Thaksin last year said earlier this month that they would not rule out another putsch if Samak and the PPP win the December 23 elections and lead the next government.Meanwhile, Samak’s personal history as an ultra-rightist, dating back to his alleged instrumental role in the violent crackdown on student protestors in 1976, has given pause to some in the party’s more progressive faction, including former communist guerrilla leaders who held prominent positions in Thaksin’s TRT-led government. More then 30 years later, the 72-year-old Samak says that the history books and local press have got him and his legacy all wrong.He’s also keen to rewrite the book on last year’s coup. If, as some political pundits predict, Samak wins the premiership, he says he will aim to reverse many of the junta’s rulings and policies, including the May 30 decision to disband the TRT and ban 111 of the former party’s executive members from politics for five years. That would entail an amnesty that would pave the way for Thaksin’s return to the country and possible political instability.

More delicately, Samak also aims to debunk the coup-makers’ allegation that Thaksin was disloyal to the crown, one of the four main reasons the military gave for staging their putsch. With impeccable royal credentials, including several former family members who served with distinction in the royal court, Samak says he is one of the few people who can reconcile Thaksin with the many royalists who tacitly backed last year’s coup.

Samak is also one of the few politicians in the country with the stature to lock horns with Privy Council president Prem Tinsulanonda, whom certain PPP members have accused of masterminding last year’s military intervention beyond his role as a chief royal advisor. Samak’s paternal style appeals to a deep-seated conservative streak in Thai society, which he successfully leveraged to win the Bangkok governorship in 2000 – then notably over a TRT candidate who had campaigned on a new generation ticket.

Yet should Samak and the PPP win the upcoming polls and form the next government, the transition from military to democratic rule will likely prolong rather than reconcile the country’s political confrontation pitting military hard-liners against pro-Thaksin politicians. In a recent wide-ranging interview at his home with ATol’s Southeast Asia Editor Shawn W Crispin, Samak outlined his vision for the future of Thai politics. Excerpts follow:

ATol: You have raised complaints about the junta’s alleged secret plans to subvert your People’s Power Party at the upcoming polls. And the military has maintained martial law in constituencies where your party’s support is thought to be strongest. Do you think at the outset that these elections can produce a free and fair result?

Samak: After the coup the [military] set up so many new bodies, but it’s lucky that the Election Commission was created before the coup d’etat. Four [commissioners] are judges and one is a prosecutor. They are [independent] by themselves, so I don’t worry much about that. And they show no signs of favoring anyone. If there’s a warning it goes to every party. Read the rest of this entry »

มิ่งขวัญ ผุดประชานิยม “สูตรพิเศษผสม สูตรดั้งเดิม”

นโยบายเศรษฐกิจที่จะทำนั้นประกอบด้วย 3 ส่วนคือ 1. ประชานิยมสูตรต้นตำรับ 2.ประชานิยมสูตรพิเศษ และ3.การหารายได้เข้าประเทศ            

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคพลังประชาชน แถลงถึงการดำเนินการทางเศรษฐกิจพรรคพลังประชาชน ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทยวันนี้กำลังมีประชาชนถึง 85% เดือดร้อน มีโรงงานปิดตัวลงจำนวนมาก หากไม่เตรียมรับมือ ปี 2551 ก็อาจจะเป็นการเผาจริง ดังนั้นเราจึงได้คิดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเพื่อรองรับเหตุการณ์  นโยบายเศรษฐกิจของพรรคประกอบด้วย 3 ส่วนคือ

1. ประชานิยมสูตรต้นตำรับ 2.ประชานิยมสูตรพิเศษ และ 3.การหารายได้เข้าประเทศ           

โดยยุทธศาสตร์ที่พรรคพลังประชาชนจะนำมาใช้คือ 1.สานต่อนโยบายประชานิยมสู่ประชากรส่วนใหญ่  ซึ่งคำว่าประชานิยมหมายถึงสวัสดิการที่รัฐพึงให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะคนยากจนเพื่อให้เขามีโอกาสโงหัวขึ้นมาได้  2.เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายถึงตัวประชาชนรากหญ้า ที่เป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ  3.เห็นผลรวดเร็ว โดยแยกเป็นมาตรการระยะสั้น กลางและยาว 

หากตนได้ทำงาน จะเริ่มงานเร็วที่สุดในเดือน ม.ค. 2551 และ 4.สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านทางนวัตกรรมทางความคิด เพราะวันนี้ไม่มีทางที่จะไปแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีได้ทันกับประเทศที่พัฒนา เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น ได้ทัน         

นอกจากนี้จะมีการสร้างนวัตกรรมใหม่ทางเศรษฐกิจ และการบริหารจัดการประเทศเพื่อสร้างสวัสดิการแก่คนไทย ซึ่งจะประกอบด้วย นโยบายประชานิยมสูตรต้นตำรับ อาทิ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน ธนาคารเพื่อประชาชน และ เอสเอ็มแอล รวมทั้งหวยบนดิน กองทุนเรียนก่อนผ่อนทีหลัง  การขจัดยาเสพติด โอท็อป                

นำมารวมกับประชานิยมสูตรพิเศษ ที่จะทำให้รายจ่ายลดลง 4 เท่า และรายได้หลักเพิ่มขึ้น 4 เท่า ซึ่งจะเป็นจริงได้ โดยการสร้างรายได้ให้ประเทศจะมาจากภาคการท่องเที่ยวปีละประมาณ 350,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นอันดับ 1 ของประเทศ  และจากการขยายสนามบินสุวรรณภูมิรายได้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1,500,000 ล้านบาท รวมกับการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และการผลิตยาของโลกให้เป็นจุดขายใหม่ของประเทศที่จะมีโรงพยาบาลผู้เชี่ยวชาญโรคเฉพาะทางด้านต่างๆ  พัฒนาให้ไทยเป็นเมืองมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ที่ผลิตบุคลากรทางการแพทย์โดยร่วมมือกันสถาบันชั้นนำของโลก ที่เราได้มีการเจรจากันไว้บ้างแล้ว โดยจะมีการใช้พื้นที่ 4,000 ไร่ในภาคกลางของประเทศสร้าง 10 โรงพยาบาลระดับโลก และ 4 มหาวิทยาลัยทางการแพทย์ มีเมืองอุตสาหกรรมยาของโลก มีการจัดตั้งศูนย์ค้นคว้าและพัฒนาเพื่อผลิตยาทั้งยาเคมีและยาสมุนไพร         

นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า นอกจากนี้จะมีการส่งเสริมผลไม้ไทยและผลิตผลทางการเกษตรออกสู่ตลาดโลกอย่างจริงจัง  เพื่อเป็นการป้องกันผักผลไม้ราคาตกต่ำในประเทศ  การสนับสนุนพลังงานทดแทนและพลังงานราคาถูก รวมไปถึงพลังงานธรรมชาติ  ขณะที่ด้านขนส่งมวลชน จะมีการสร้างระบบรถไฟ และการคมนาคมสำหรับคนทั้งประเทศที่จะมี 5 ระบบ คือ 1.รถไฟแบบไทยที่ยังใช้อยู่ เพื่อรองรับคนที่ทีรายได้น้อย 2.รถไฟความเร็วสูง 3.รถไฟใต้ดิน 10 สาย 4.รถไฟวงแหวน สำหรับกรุงเทพ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ปทุมธานี นนทบุรี รังสิต สมุทรปราการ หากเราได้ทำงานจะเริ่มภายใน 1 ปี 5.รถไฟก้างปลา สำหรับคนต่างจังหวัดทั่วประเทศ  ซึ่งจะมีการระดมการลงทุนในอุตสาหกรรมทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางเข้าสู่ประเทศไทยครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดกลาง เช่น กรณีการเซ็นต์สัญญาเจเทปป้าที่ไทยทำกับญี่ปุ่น ที่จะช่วยลดภาษีการส่งออก และสร้างโอกาสให้เกิดอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมซึ่งจะเกิดผลการอพยพทุนครั้งใหญ่         

นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ในส่วนของตลาดหลักทรัพย์ ตลาดเงิน ตลาดทุน จะมีการพารัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนไปพบนักธุรกิจต่างประเทศ รวมไปถึงการเจรจาหาผู้ค้าใหม่ทางเศรษฐกิจ และจะมีการทบทวนฐานภาษีและโครงสร้างภาษีใหม่ทั้งหมด การอะไรติดขัดเราจะแก้ไขให้สะดวกหมด เพราะเรารู้ว่าระบบราชการติดขัดในส่วนใด รวมไปถึงแนวคิดลดค้าไฟฟ้าเป็นรูปธรรม เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพราะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตมีกำไร 2 หมื่นล้านบาทต่อปี คืนให้ประชาชนให้หมด           

นอกจากนี้จะขอร้องให้ทุกคนใช้ก๊าซโซฮอลล์100%ซึ่งจะเห็นผลในพริบตาว่า ลดค่าใช้จ่ายของประเทศได้ถึง 10,000–100,000 ล้านบาท ทั้งหมดนี้เราได้วางแผนการหาเงินออกเป็น 3 ระยะคือ ระยะสั้น กลาง และยาว โดยในระยะสั้นจะเน้นมากที่สุด ซึ่งทำได้ในระยะเวลาสั้นๆเพียง 1-1 ปีครึ่ง             

นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า วันนี้ทุกพรรคพูดกันแต่เรื่องประชานิยม แต่พรรคพลังประชาชนมีหนทางที่จะเอาเงินมาใช้สำหรับนโยบายที่ออกมาให้เป็นไปได้จริง ซึ่งตนใช้เวลาเป็นปีในการศึกษา และเชื่อมั่นว่าบางอย่างอาทิ เรื่องการท่องเที่ยวจะใช้เวลาเพียง 1 ปีก็จะเห็นผล          

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเพิ่มภาษีเพื่อนำมาเป็นรายได้สำหรับใช้ในโครงการนี้หรือไม่ นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ถ้าไม่จำเป็นเราจะไม่แตะตรงนี้ จะพยายามหาเงินมาจากที่อื่น  ส่วนถ้าหากได้เป็นรัฐบาลจะใช้นโยบายขาดดุลเพื่อนำงบประมาณมาใช้กับโครงการประชานิยมเหมือนที่บางพรรคมีแนวคิดออกมาหรือไม่ นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ขอยังไม่พูดถึงตรงจุดนั้นในเวลานี้  อย่างไรก็ตามการที่มาเปิดนโยบายช่วงนี้เพราะไม่ต้องการให้พรรคอื่นมาลอกการบ้าน 

เขียนใน Political Links. 1 Comment »

มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ การสานต่อ ไทยรักไทย ภายใน พลังประชาชน

ทีมา ข่าวสด 

การปรากฏขึ้นของ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ก็เช่นเดียวกับการปรากฏขึ้นของ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ และ นายปลอดประสพ สุรัสวดี จะแตกต่างก็เพียงแต่ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เป็นนักการตลาด

ขณะที่ทั้ง พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ และ นายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นข้าราชการ

กระนั้น ทั้ง 3 คนก็ถือว่าประสบความสำเร็จในเส้นทางของตน

พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ไต่ทะยานจนขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายปลอดประสพ สุรัสวดี ไต่ทะยานจนขึ้นเป็นอธิบดีกรมป่าไม้

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เป็นผู้อำนวยการ อสมท

ที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาดก็คือ ทั้ง พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี และ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ประสบความสำเร็จในยุคที่พรรคไทยรักไทยเข้ามาบริหารประเทศ

การปรากฏขึ้นทั้ง พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี และ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ จึงเท่ากับเป็นการการันตีสายสัมพันธ์กับพรรคไทยรักไทยโดยปริยาย

มีความพยายามของบางกลุ่มบางฝ่ายที่จะย้ำให้เห็นว่าวิถีแห่งพรรคพลังประชาชนเป็นการสืบทอดวิถีแห่งพรรคไทยรักไทย

เท่ากับเป็นการสวนทางกับคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ

เห็นได้จากความพยายามของ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ที่จะเสนอให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญตีความในเรื่องบทบาทของ 111 กรรมการบริหาร พรรคไทยรักไทย ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองว่าครอบคลุมถึงกรณีของพรรคพลังประชาชนด้วยหรือไม่

เห็นได้จากความพยายามของ นายสุริยะใส กตะศิลา ที่เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าการเคลื่อนไหวในเชิงนโยบายของพรรคพลังประชาชนเป็นการขัดต่อกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญ

ยิ่งได้รับฟังคำแถลงทั้งของ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ นายปลอดประสพ สุรัสวดี หรือ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ที่จะสานต่อนโยบายที่ประสบความสำเร็จมาแล้วของพรรคไทยรักไทยในพรรคพลังประชาชน

ยิ่งทำให้ความพยายามที่มาจาก น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ และ นายสุริยะใส กตะศิลา มีความเด่นชัดอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

กระนั้น หากถือว่าการสานต่อนโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน ตลอดจนพักการชำระหนี้ เท่ากับเป็นการสานต่อนโยบายพรรคไทยรักไทย

และเท่ากับเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ

เช่นนี้แล้วจะดำเนินการแต่เพียงพรรคพลังประชาชนพรรคเดียว น่าจะไม่เป็นธรรมเท่าใดนัก เพราะว่าหลายคนใน พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคมัชฌิมาธิปไตย ก็ประกาศสานต่อนโยบายพรรคไทยรักไทยเช่นเดียวกัน

ที่แหลมคมมากยิ่งกว่านั้นก็คือ บางคนในพรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคมัชฌิมาธิปไตย ยังแสดงความซาบซึ้งและประทับใจในความสำเร็จของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพรรคไทยรักไทย และถือเป็นจุดเด่นในการหาเสียงโดยเฉพาะในภาคอีสาน

เช่นนี้แล้วคณะตุลาการรัฐธรรมนูญจะ “ตีความ” ออกมาอย่างไร