สปก.4-01 ฝันร้ายของ ปชป.

ลมสลาตัน-ไทยรัฐ เขียนเตือนความทรงจำคนไทยได้ดีจริงๆ เผื่อใครลืม หยิบมาปัดฝุ่นเข้ากับบรรยากาศช่วงศึกเลือกตั้งที่ระฆังยกแรกเพิ่งดังขึ้น

วันนี้เสียงปี่กลองการเมืองดังขึ้นแล้ว บรรดานักเลือกตั้งต่างกระโดดลงสนาม ใครจะแพ้ชนะขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ขอเพียงทุกคะแนนเสียงที่ได้รับมาจากความชื่นชมศรัทธา มิใช่ได้มาด้วยการซื้อขายแลกเปลี่ยนหรือทุจริตกลโกง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค.นี้ เป็นการประลองกำลังของสองขั้วการเมืองใหญ่ ระหว่างขั้วอำนาจเก่าที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นหัวเรือใหญ่ กับพรรคประชาธิปัตย์ที่มีพรรคชาติไทยและพรรคประชาราชเป็นลูกหาบ โดยมี คมช.คอยถือหางอยู่ห่างๆส่วนพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคมัชฌิมาธิปไตยและพรรคเพื่อแผ่นดิน แม้จะถูกปรามาสเป็นแค่ตัวสอดแทรก แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลังวันลงคะแนน สามพรรคนี้อาจเป็นตัวชี้ขาดทางการเมือง เพราะเทไปอยู่ข้างใดข้างนั้นก็คือรัฐบาลแต่ก่อนจะถึงวันเลือกตั้งที่ยังอยู่อีกห่างไกล

วันนี้เรามาดูเรื่องการจัดทัพผู้สมัคร ส.ส.และนโยบายการทำงานกันดีกว่าในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ถูกวางตัวเป็นเต็งหนึ่ง เป็นว่าที่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ จึงหนีไม่พ้นที่จะต้องถูกจับตามากกว่าคนอื่นโดยเฉพาะเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวปราศรัยในการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2550 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางคณะผู้บริหาร กรรมการบริหาร ตัวแทนสาขา อดีต ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคว่า“…พรรคประชาธิปัตย์อีกนั่นแหละ ที่เป็นพรรคการเมืองที่ทำเรื่องของที่ทำกินมาอย่างเป็นระบบมากที่สุด การปฏิรูปที่ดินนี่แหละครับเราทำ

ผมรู้ว่ากระแสการเมืองจะพูดเรื่องปัญหา สปก. 4-01 แต่ผมขอยืนยันตรงนี้ครับว่า จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เคยมีนโยบายแก้ปัญหาที่ทำกิน ที่เป็นระบบเท่าเรื่องการปฏิรูปที่ทำกิน เราทำต่อครับ ทำต่อแน่นอนและอยากทำความเข้าใจว่า การปฏิรูปที่ดินที่เกิดขึ้นในอดีต วันนี้ที่มีคำพิพากษาของศาลออกมาแล้ว ไม่มีกรณีของการทุจริต ไม่มีแม้แต่กรณีว่าไปออกนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับใคร เป็นเรื่องของการดำเนินนโยบาย

ในบางกรณีมีการตีความกฎหมายไม่ตรงกับที่ศาลได้พิพากษา และเมื่อศาลพิพากษาแล้ว เราก็เคารพและให้เป็นไปตามนั้นในทางการเมือง วันที่เกิดปัญหานี้ เราก็ได้แสดงความรับผิดชอบไปแล้วดังนั้น เรื่องนี้ไม่ควรเป็นอุปสรรคอีกต่อไป เราต้องเดินหน้าและเราจะทำให้ถูกต้อง และสิ่งใดซึ่งเป็นความผิดพลาดในอดีต เราก็ยอมรับและเราก็แก้ไข…”และนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ก็ทำจริงตามที่พูด นั่นคือตัดสินใจส่งนายทศพร เทพบุตร สามีของนางอัญชลี วานิช เทพบุตร นายก อบจ.ภูเก็ต อดีตผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรฯ สมัยที่เกิดปัญหาเรื่อง สปก.4-01 จนพรรคประชาธิปัตย์ต้องยุบสภา ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ภูเก็ต

ซึ่งก็ไม่ผิดอะไรที่ นายทศพร จะลงสมัคร ส.ส.ภูเก็ต โดยได้รับแรงหนุนอย่างดีจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อดีต รมช.เกษตรฯถ้าศาลฎีกาไม่มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ให้เพิกถอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน สปก.4-01 ของนายทศพร จำนวน 98 ไร่ 1 งาน 7 ตารางวา เนื่องจากไม่มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรเพราะเท่ากับเป็นการพิสูจน์ว่าการออกเอกสารสิทธิสปก.401ในยุคที่พรรคประชาธิปัตย์เป็น รัฐบาล มีความถูกต้องชอบธรรมมากน้อยเพียงใด และมีคนใกล้ชิดรัฐมนตรีได้รับประโยชน์โดยมิชอบหรือไม่และเรื่องนี้จะเป็นภารกิจอันหนักอึ้ง ที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องชี้แจง ทำความเข้าใจกับประชาชน ไปจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง 23 ธ.ค. 2550

ผมคงไม่สามารถที่จะไปบอกให้พรรคประชาธิปัตย์ ทบทวนรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต เพราะรู้ดีว่านายทศพรเป็นเสมือนกล่องดวงใจของนายสุเทพแต่อยากจะบอกให้พรรคประชาธิปัตย์ ยึดมั่นกับคำที่ว่า “ประชาชนต้องมาก่อน” อย่ากลายพันธุ์เป็น “พรรคพวกต้องมาก่อน” ก็แล้วกัน. 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: