กกต.เพิ่มกฎเหล็ก สวมโซ่ตรวน 111 ทรท

ข่าวจาก โพสต์ ทูเดย์

 มติ 111 ไทยรักไทย ส่ง “สุธรรม – อดิศร” ฟ้องกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ และเอไอ กรณีกกต.ห้ามยุ่งการเมือง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เปิดเผยหลังหารือร่วมกับอดีตกรรมการพรรคไทยรักไทย กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ห้าม 111 ทรท.เดิม ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ว่า ได้มีมติส่งตัวแทนคือนายสุธรรม แสงประทุม กับนายอดิศร เพียงเกษ เข้าร้องเรียงกับเข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในวันพรุ่งนี้ (20พ.ย.) เวลา 11.00 น. แทนการฟ้องร้องต่อศาล เนื่องจากณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ยังไม่ออกระเบียบชัดเจนเกี่ยวกับการห้าม 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเป็นปรึกษาและปราศรัยหาเสียง อีกทั้งเกรงว่าศาลจะไม่รับคำร้องด้วย

พร้อมกันนี้ ยังได้มีมติเตรียมดำเนินการร้องเรียนต่อองค์กรนิรโทษกรรมสากล หรือ เอไอ เพื่อให้ทั่วโลกรับรู้ถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทยของ กกต. นายจาตุรนต์ ยังกล่าวด้วยว่า อดีตแกนนำกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยยังคงเดินหน้าจัดเวทีปราศรัยต่อไป โดยจะเริ่มจัดเวทีปราศัยในวันศุกร์ที่ 23 พฤจิกายนนี้ ที่สวนจตุจักร ภายใต้ชื่อ “บ้านเลขที่ 111 พบประชาชน” และวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ จ.นครราชสีมา ขณะเดียวกัน จะมีการเปิดเว็บไซต์ชื่อ “บ้านเลขที่ 111 พบประชาชน” อีกด้วย

ผวากกต.ปวีณา-สนธยาลาออก นางปวีณา หงสกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่กกต.มีมติไม่ให้อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คนไม่ให้ดำเนินกิจการทางการเมือง ว่า ขณะนี้ตนรู้สึกอึดอัดและสับสนที่กกต.ไม่มีความชัดเจน ซึ่งตนคิดว่ากกต.ควรจะเรียกทีมทนายของแต่พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องไปหารือเพื่อหาทางออกกับเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ออกเป็นระเบียบออกมาว่า ทั้ง 111 คนไม่ควรทำอะไรบ้างที่ผิดกฎหมายการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ตนยินดีที่จะทำตามทุกอย่างตามที่กกต.มีมติ

ขณะนี้ตนก็ได้หารือกับนายเกษม สรศักดิ์เกษม ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคชาติไทยแล้ว ซึ่งวันนี้นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยก็ได้เรียกทีมกฎหมายของพรรคหารือ อย่างไรก็ตาม ตนได้ยื่นหนังสือลาออกในตำแหน่งที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยให้กับหัวหน้าพรรคชาติไทยตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งหัวหน้าพรรคจะนัดตนคุยอีกครั้ง เพราะไม่อยากให้พรรค และผู้สมัครต้องเดือดร้อน สำหรับนายสนธยา คุณปลื้ม ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทย ในฐานะหนึ่งในอดีตกรรมการบริหารพรรคไทรรักไทย 111 คน ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นการภายใน โดยได้ยื่นหนังสือกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับพรรค

อำลาพรรคเพื่อแผ่นดิน นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ได้แถลงลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการประสานงานการเลือกตั้งพรรคเพื่อแผ่นดิน หลังคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. มีมติห้ามอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการร้องเรียนหรือตีความ แม้จะเห็นว่าตำแหน่งดังกล่าว จะไม่ขัดกับข้อกฏหมายก็ตาม อย่างไรก็ตาม นายสุรนันทน์ ยังคงยืนยันจะช่วยงานทางการเมืองกับพรรคเพื่อแผ่นดินต่อไป โดยจะหารือร่วมกับนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายพินิจ จารุสมบัติ และนายปรีชา เลาหะพงษ์ชนะ ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเช่นกัน เพื่อจะพิจารณาว่าจะช่วยงานของพรรคในส่วนใดต่อไป

นายสุรนันทน์ กล่าวด้วยว่า สิทธิทางการเมืองเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ และการเพิกถอนสิทธิใดๆ จะต้องมีกฏหมายรองรับ พร้อมเรียกร้องให้ กกต. เปิดใจและเปิดทัศนคติ และดำเนินการใดๆ ในทางที่จะเสริมสร้างระบอบประชาธิปไตย ขณะที่นายสุรเกียรติได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งประธานสภาวิชาการ และไม่ขอรับตำแหน่งประธานสภานโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรค เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

จากข่าวดังกล่าว หมัดเหล็ก-ไทยรัฐ ได้เขียนแทนใจคนไทยหลายล้านคนไว้ ที่คงจะมีอาการไม่ต่างกันเท่าไหร่ กับการสวมโซ่ตรวน ของ กกต. ที่ลิดรอนสิทธิ 111 อดีตกรรมการบริหารพรรค ทรท.

กรณีที่คณะกรรมการด้านกิจการพรรคการเมืองของ กกต. เพิ่มกฎเหล็ก สวมโซ่ตรวน ขังความอิสรภาพของอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คนอย่างเลือดเย็น ผมต้องขอคัดค้านอย่างแรง เพราะนั่นบ่งบอกถึง ระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย กำลังอ่อนแอถึงขีดสุดลมหายใจแห่งประชาธิปไตยถูกปิดกั้นเรียกว่า จะแสดงออกในสิทธิขั้นพื้นฐานทางการเมืองทำไม่ได้ แม้แต่อย่างเดียว

ผมรับไม่ได้จริงๆ ต้องตั้งคำถามกับสังคมดังๆว่า เวลานี้ประเทศไทยยังเป็นประชาธิปไตยอยู่หรือไม่หรือประชาธิปไตยถูกคลุมถุงชนบ้านอื่นเมืองอื่นก็ไม่ได้ลิดรอนสิทธิพื้นฐานของประชาชนมากมายอย่างนี้

นอกจากประเทศที่ปกครองโดยเผด็จการทหารเท่านั้น ที่จะมีพฤติกรรมเช่นนี้ก็แปลกอยู่อย่าง ที่คนไทยออกจะใจเย็นกับความเป็นอิสรภาพและเสรีภาพ หรือเพราะอาจจะใช้เสรีภาพกันอย่างสิ้นเปลืองจนเกินไป เลยไม่เคยได้สัมผัสอิสรภาพและเสรีภาพที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไรวันหนึ่งถ้าถูกเอาปืนจ่อหัว ต้องบังคับให้ทำอย่างโน้น ห้ามอย่างนี้จะรู้สึกและจะกระหายในประชาธิปไตยขึ้นมาทันทีผมเคารพความเห็นของครูบาอาจารย์ทุกท่าน และต้องขอแสดงความคิดเห็นระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ ด้วยความเคารพจริงๆ

การที่ คุณบุญทัน ดอกไธสงในฐานะรองประธานคณะกรรมการกิจการพรรคการเมือง เห็นด้วยกับการตัดสิทธิพื้นฐานทางการเมืองในครั้งนี้มีเหตุผลอย่างไรอาจารย์บุญทันเป็นนักรัฐศาสตร์ แต่กลับไปยึดหลักนิติศาสตร์ในการตัดสินใจนั่นก็เป็นประเด็นหนึ่ง

แต่การปกครองบ้านเมือง ย่อมต้องยึดหลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ควบคู่กันไปด้วยไม่ใช่หรือมาถึงวันนี้ผมอยากจะเรียกร้องให้ ผู้ที่ถูกจำกัดสิทธิ์ และถูกลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานทางการเมืองลุกขึ้นสู้ ประกาศเรียกร้องความเป็นอิสรภาพเป็นตัวแทนของประชาธิปไตยไม่ใช่หดหัวปล่อยให้ อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ ครอบงำอยู่ร่ำไป

โดยเฉพาะบรรดานักการเมือง ศักดิ์ศรีของความเป็นประชาธิปไตยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าไม่มีศักดิ์ศรีก็อย่ามาประกาศตัวรับใช้ประชาชนมองอนาคตประชาธิปไตยในมุมการเมืองแทบจะหมดหวัง พฤติกรรมนักการเมืองไม่พัฒนา

แม้แต่วิธีการหาเสียง ยังวนเวียนใช้มุกเก่าน้ำเน่าเหมือนเดิม แสดงให้เห็นถึงความด้อยวุฒิภาวะและศักยภาพภาวะผู้นำ ไม่ใช่การไปเต้นแร้งเต้นกา ใช้วาจาอย่างไร้สาระ หรือสร้างภาพ เพื่อขอแค่เป็นข่าวตามหน้าสื่อไปวันๆเท่านั้น คนที่จะเป็นผู้นำได้ ต้องมีกึ๋นด้วย บุคลากรสำคัญทางการเมืองที่ถูกทำลายโดยกฎเหล็กและยังปิดกั้นบุคลากรรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาทำงาน เลยเปิดช่องให้บุคลากรน้ำเน่าคืนชีพ

หมดอารมณ์จะฝากผีฝากไข้ พับผ่า  

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: