Thaksin Says He’ll Return to Thailand, Stay Out of Politics

Dec. 25 (Bloomberg) — Ousted Prime Minister Thaksin Shinawatra said he’ll return to Thailand as early as February as a “normal citizen,” and will stay out of politics, after his allies won the country’s first election since last year’s coup.

“I definitely will go back to Thailand,” Thaksin said at a briefing in Hong Kong today. “I should not be the center of any new conflict, so I can assure you that I don’t want to go back into politics.”

The People Power Party, which campaigned under leader Samak Sundaravej on pledges to return Thaksin from exile and continue his policies, is seeking a coalition partner to form a government after winning the most seats in the Dec. 23 election. Thaksin was ousted in September 2006 after months of demonstrations in Bangkok by protesters who accused him of corruption. The former premier’s return may cause uncertainty and delay economic growth.

It “is seen as a negative,” said Kobsidthi Silpachai, head of capital markets research at Kasikornbank Pcl in Bangkok. “It rekindles the confrontation the two sides had before. It will raise uncertainties. People are going to be on edge.”

Still, Thaksin’s 5 1/2-year reign as prime minister was marked by the fastest growth in a decade. Consumer and business confidence in Thailand have languished under the military- installed government amid economic policy bungles and political squabbles. Economic growth was the slowest among six Southeast Asian nations in the third quarter. `Can’t Get Worse’

“The economic situation next year will be better as it can’t get any worse,” Sethaput Suthiwartnarueput, chief economist at SCB Securities Ltd., said in an interview. “We already hit the bottom this year. Whoever will become the government, they are quite clear they will be business-friendly and try to boost the economy. The only problem is whether they can really do what they say.

Thaksin’s Thai Rak Thai, or Thais Love Thais, party won a record 377 of 500 parliamentary seats in 2005. In May this year, a nine-judge tribunal appointed by the junta that ousted Thaksin said TRT broke laws in a snap election last year. The judges imposed five-year political bans on 111 executives of Thai Rak Thai, including Thaksin.

The People Power Party, led by Samak, 72, was formed by TRT executives who weren’t banned. Thaksin, in Hong Kong, called for national reconciliation and pledged to help Thailand as a “normal citizen.”

“I hope that Dec. 23 should be the beginning of the reconciliation efforts by every party concerned,” he said. “If I can come back as a normal citizen, I can do a lot for the people of the country without  

Hi-Thaksin ถึง สดศรี สัตยธรรม

Hi-thaksin 

เป็นเกียรติอย่างยิ่งแก่ เวปไซต์ Hi-Thaksin ที่ได้รับการเอ่ยอ้างถึงจากปากของกรรมการการเลือกตั้งที่ชื่อ สดศรี สัตยธรรม ซึ่งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง ที่คนครึ่งค่อนประเทศ ตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นกลางของเธอ ว่า เป็นกลางแบบไหน กลางใจเผด็จการ หรือ กลางใจประชาชน           

หากพูดกันอย่างไม่เกรงใจ ต้องบอกว่าไม่ใช่เพียงข้อสังเกตว่าไม่เป็นกลาง แต่ต้องบอกว่าประชาชนครึ่งค่อนประเทศ กำลังคลางแคลงใจ ว่าเธอคนนี้รับงานใครมาหรือไม่ และเหตุใด จึงทำตัวเป็น “แกะดำ” เพียงหนึ่งเดียว และเป็นกรรมการการเลือกตั้งที่มักจะแปลกแยกออกจากกรรมการอีก 4 ท่านที่เป็นเสียงข้างมากในหลายๆ เรื่อง ตั้งแต่ การห้ามพรรคการเมืองรณรงค์หาเสียงแบบยิบย่อย จนถูกพรรคการเมือง นักการเมือง ประท้วง ร้องเรียน กันวุ่นวาย ต่อมาก็ห้ามสื่อมวลชนนำเสนอข่าว ห้ามจัดรายการโทรทัศน์ วิทยุเกี่ยวข้องกับการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของนักการเมืองและพรรคการเมือง แม้กระทั่งห้ามสัมภาษณ์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทำให้สื่อมวลชนต้องยื่นหนังสือประท้วงกรรมการเลือกตั้งทั้งคณะ อย่างพร้อมเพรียงกัน           

เมื่อมีการประท้วงทั้งจากพรรคการเมือง นักการเมืองและสื่อมวลชน คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็ต้องจัดการประชุมทำความเข้าใจ และปรับทัศนะต่อกัน ปรับความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จากผิดให้กลายเป็นถูก เพื่อที่ทุกฝ่ายจะได้ช่วยกัน ร่วมมือกันทำงานจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อยตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย            

ทั้งๆ ที่เธอเป็นผู้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างมากมายจนวุ่นวายไปทั่วทุกวงการ และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง แต่เมื่อพรรคการเมือง นักการเมือง สื่อมวลชน มาร่วมประชุมตามคำเชิญถึงสำนักงานกกต. เธอคนนี้กลับลาป่วย ไม่เข้าร่วมประชุม ไม่ชี้แจง ไม่ตอบคำถาม ไม่ร่วมพิจารณาหาทางออก วิธีแก่ไขปัญหา ที่ตัวเองเป็นผู้สร้างขึ้น            

เรียกว่าหลบหน้าหนีหายไปดื้อๆ ปล่อยให้กรรมการการเลือกตั้งอีก 4 คน ต้องรับหน้าเสื่อ ตอบคำถาม แก้ปัญหาที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้ก่อขึ้น            

เมื่อวันที่ข่าวเอกสารลับปรากฎทางเวปไซต์ Hi-Thaksin และต่อมาพรรคพลังประชาชนก็นำสำเนาเอกสารลับไปให้กรรมการเลือกตั้ง ตรวจสอบ เธอคนนี้ก็โพล่งสวนขึ้นมาทันทีทันควัน โดยที่ไม่ยังไม่ทันได้อ่านสักคำเดียวว่า ต้องส่งไปให้ศาลพิสูจน์ก่อนว่าเป็นเอกสารจริงหรือเอกสารเท็จ กกต. ไม่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร            เรียกว่าแสดงพฤติกรรม ออกอาการไม่ให้ความร่วมมือกับพรรคพลังประชาชน พร้อมกับแอ่นอกหญิงแกร่งเพื่อปกป้องชายชาติทหารคมช. ราวกับแม่ไก้ป้องลูกไว้ใต้ปีกประมาณนั้น            

เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารลับที่มีนายสุพล ยุติธาดา มีมติว่าคมช.ไม่เป็นกลาง เธอก็ขัดขวางและคัดค้านผลการตรวจสอบของคณะกรรมการ อย่างเห็นได้ชัด ด้วยการแสดงความเห็นว่าไม่เข้าใจเหตุใดคณะกรรมการฯ จึงมีมติว่าคมช.ไม่เป็นกลาง ทั้งๆ ที่ยังไม่สรุปว่าเอกสารเท็จหรือจริง ถึงแม้ว่าคมช.จะยอมรับแล้วว่าเคยทำเอกสารฉบับนี้จริง แต่ก็ออกตัวว่ามีถ้อยคำบางคำไม่เหมือน            

เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับผลสอบและมติจากคณะกรรมการตรวจสอบ และนัดประชุมเพื่อพิจารณามติของคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารลับ เธอคนนี้ก็แถลงข่าวทันทีว่าได้รับหนังสือจากคมช. ลงนามโดยพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการคมช. ว่าคมช.ไม่ยอมรับมติของคณะกรรมการที่กรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ และไม่เพียงแต่ไม่ยอมรับ หากแต่ยังอ้างสิทธิและอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ว่าคมช.อยู่เหนือกฎหมายเลือกตั้ง และกฎหมายทั้งปวง แม้จะทำผิดจริงก็ไม่ต้องรับโทษ ดังนั้นกรรมการการเลือกตั้งจะชี้ผิดและลงโทษคมช. ตามมติที่คณะกรรมการตรวจสอบนำเสนอไม่ได้            

พฤติการณ์ของสดศรี สัตยธรรม ประหนึ่งว่าเป็นกลาง แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นใจแก่คมช. ทุกกรณี และพยายามจะช่วยให้คมช.พ้นผิด กรณีเอกสารลับ ทุกวิถีทาง ทั้งๆ ที่ผู้ออกมติและสรุปว่าคมช.ไม่เป็นกลาง และมีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง ก็คือ คณะกรรมการที่กรรมการการเลือกตั้ง แต่งตั้งขึ้นมาเอง            

อาการเยี่ยงนี้ พฤติกรรมอย่างนี้ เรียกอย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก เขียนด้วยมือ แล้วลบด้วยเท้า            น่าสงสารก็แต่ นายสุพล ยุติธาดา ที่ถูกกรรมการการเลือกตั้ง หลอกใช้ และตกเป็นเหยื่อของคมช. ถูกกล่าวหาให้ร้ายว่า ไม่ให้ความเป็นธรรมแก่คมช. และ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย           

ด้วยการทำงานในฐานะกกต. ที่รู้เห็นเป็นใจกับคมช. ซึ่งต้องการทำลายและสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนทุกวิถีทาง จึงเป็นที่น่าสงสัยว่า สดศรี สัตยธรรม จะมีหัวใจที่เป็นกลาง และเป็นธรรม ให้แก่พรรคพลังประชาชน ได้อย่างไร            

เมื่อคณะกรรมการเลือกตั้ง มีมติว่าจะเรียกผู้บังคับบัญชาระดับสูงของคมช. มาชี้แจงพร้อมทั้งนำเอกสารลับฉบับจริงมาแสดงต่อกรรมการเลือกตั้ง เพื่อประกอบการพิจารณา สดศรี สัตยธรรม ก็นั่งกางขากีดขวางด้วยการยกอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 มาปกป้องคมช. ว่าไม่ต้องรับโทษจากการกระทำความผิด ตามแนวทางที่คมช.เคยนำมาอ้างอิง ราวกับว่ามาจากหน่วยงานเดียวกัน อีกทั้งยังยกคมช. เป็นองค์กรพิเศษ ที่มีอำนาจเฉพาะ มีสถานะพิเศษเหนือกฎหมาย โดยที่กรรมการการเลือกตั้ง ไม่อาจจะไปพิจารณาวินิจฉัยการกระทำของคมช. ได้            

สดศรี สัตยธรรม ทำหมดทุกวิถีทางแล้วที่จะปกป้องคมช. ไม่ให้ถูกวินิจฉัยว่ากระทำความผิด ไม่เป็นกลาง และต้องรับโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง ที่เธอเองเป็นผู้รักษากฎหมาย และปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ในฐานะกรรมการการเลือกตั้ง ด้วยการอ้างกฎหมาย และข้อยกเว้นต่างๆ สารพัด มาปัดเป่าความผิดให้แก่คมช.            

พฤติการณ์ของสดศรี สัตยธรรม ต่อกรณีเอกสารลับ ในขณะนี้ น่าจะมีผู้นำไปร้องเรียนต่อป.ป.ช. ว่า เป็นพนักงานของรัฐ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร้องต่อศาล เพื่อให้หาทางลงโทษเธอคนนี้ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างการใช้ตำแหน่งหน้าที่และอำนาจกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อปกป้องคนกระทำความผิด โดยเร่งด่วน ก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง เพราะยังไม่รู้ว่าเธอคนนี้จะมีแผนการอะไรมาเข้าด้วยช่วยเหลือให้คมช.บรรลุเป้าหมายในการสกัดกั้นพรรคพลังประชาชน อีก Read the rest of this entry »