ศาลฎีกายกคำร้อง ทุกข้อหา ไม่ยุบพลังประชาชน

ไทยรัฐ หลังจากที่หลายฝ่ายจับตาดูว่าศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง จะตัดสินอย่างไรกรณีที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ร้องให้การเพิกถอนการเลือกตั้งล่วงหน้า รวมทั้งระบุว่าพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทยนั้น ล่าสุดศาลฎีกาได้วินิจฉัยยกคำร้องทุกประเด็น 

ศาลฎีกายกคำร้อง พปช.เป็นนอมินี  

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. เวลา 16.00 น. ที่ศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ศาลได้ออกบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นฟ้อง กกต. พรรคพลังประชาชน นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคพลังประชาชน ให้ศาลฎีกาวินิจฉัยใน 4 ประเด็น ทั้งนี้ ศาลได้ว่าคำพิพากษาว่านายไชยวัฒน์ ได้ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าการส่งผู้สมัครในนามพรรคพลังประชาชนเป็นโมฆะ เพราะพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย ที่ผู้ฟ้องเห็นว่านายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นตัวแทนของอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ดังนั้น การลงนามส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งของนายสมัครจึงเป็นโมฆะ ไม่มีสิทธิส่ง ส.ส.ในนามพรรคพลังประชาชน ทั้งระบบสัดส่วนและระบบเขตนั้น ศาลเห็นว่าเรื่องนอมินีไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นคดีพรรคการเมือง ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่อยู่ในเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ จึงให้ยกคำร้อง 

ยกคำร้องให้เพิกถอนเลือกตั้งล่วงหน้า  ส่วนเรื่องที่ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 15-16 ธ.ค.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลฯเพิกถอนการเลือกตั้งดังกล่าว ตลอดจนเพิกถอนการนับคะแนนเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพราะมีการนำคะแนนจากการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมานับรวมกับการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.ด้วยนั้น ศาลเห็นว่าผู้ร้องไม่มีอำนาจในการร้อง เนื่องจากมาร้องภายหลังมีการเลือกตั้งไปแล้ว 

สรุปศาลยกคำร้องทุกประเด็น ส่วนเรื่องที่ขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่า การแจกซีดีให้แก่ประชาชนเป็นการผิดกฎหมาย (เช่น กรณีซีดี-วีซีดีทักษิณ) และห้าม กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้งทั่วประเทศ หรือเพิกถอนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของผู้สมัครพรรคพลังประชาชน คดีนี้ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ในวันที่ 28 ธ.ค. 2550 โดยได้ยื่นฟ้อง กกต.ทั้งคณะ รวมทั้งพรรคพลังประชาชน นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 อีก 2 คน คือ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ และประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ทั้งนี้ ศาลเห็นว่าไม่ใช่อำนาจของนายไชยวัฒน์ที่จะเป็นผู้ร้องเรื่องดังกล่าว แต่เป็นอำนาจของ กกต.ที่จะวินิจฉัย และไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ส่วนกรณีนายสราวุธ ทองเพ็ญ โฆษกพรรคความหวังใหม่ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.แบบสัดส่วน ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะ ศาลให้ยกฟ้องเช่นกัน   

“สมัคร” โล่งอกลั่นหมดมารผจญ เมื่อเวลา 18.15 น. นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ภายหลังจากทราบผลการวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งที่ได้ยกคำร้อง ในคดีที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ร้องให้การเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะและข้อกล่าวหาพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินี และ กกต.ได้ประกาศรับรอง ส.ส.เกินร้อยละ 95 รวมทั้งนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคด้วยว่า “รู้สึกโล่งอก ต่อไปนี้คงหมดมาร” นายสมัคร กล่าวและว่า ขั้นตอนต่อไปพรรคพลังประชาชนในฐานะพรรคแกนนำที่ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนมากที่สุด ก็จะได้เดินหน้ากระบวนการในการจัดตั้งรัฐบาล โดยในวันที่ 19 ม.ค.นี้ ตนจะไปร่วมในการประกาศตัว 6 พรรคร่วมรัฐบาลที่โรงแรมสุโขทัยด้วยตนเอง จากนั้นคาดว่าในวันจันทร์ที่ 21 ม.ค. ก็จะสามารถเปิดประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก แล้ววันรุ่งขึ้นก็เลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและตามด้วยขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป 

ชี้ทุกฝ่ายช่วยทำให้บ้านเมืองเดินหน้า “มาถึงตอนนี้ผมต้องขอขอบคุณทุกท่านทุกฝ่ายที่ได้ให้ความสนับสนุนและได้แสดงความห่วงใยกันมาตลอด และต้องขอขอบคุณทางศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง รวมทั้ง กกต.ที่ได้ช่วยกันทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ การเมืองจะได้เริ่มต้นเดินหน้ากันต่อไปได้ และที่สำคัญบ้านเมืองของเราจะได้เริ่มต้นกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย ปัญหาต่างๆ ที่สะสมมานานจะได้มีการแก้ไขเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้กลับคืนสู่สภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” นายสมัครกล่าว

พปช.ขอบคุณศาลคืนความเป็นธรรม ด้าน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบผลศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งยกคำร้องทั้งหมด ว่า พรรคพลังประชาชนต้องขอขอบคุณศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งที่ได้ให้ความยุติธรรมต่อพรรคต่อกรณีที่ถูกกล่าวหา ซึ่งเราเองมีความเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า ศาลจะให้ความเป็นธรรมต่อเรา ดังนั้น จึงยิ่งมีความมั่นใจว่าการดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลจะดำเนินการต่อไป ตามที่ได้พูดคุยกันไว้กับพรรคร่วมรัฐบาล โดยในวันที่ 19 ม.ค. เวลา 14.00 น. ที่โรงแรมสุโขทัย ถนนสาทร ก็จะเชิญหัวหน้าพรรคและตัวแทนพรรคทั้ง 6 พรรค มาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ และเมื่อ กกต.ได้ประกาศรับรอง ส.ส.เกินร้อยละ 95 แล้ว ดังนั้น ก็คาดว่าจะได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้เปิดประชุมรัฐสภาในต้นสัปดาห์หน้า จากนั้นจะเลือกประธานสภาฯและเลือกนายกฯ ซึ่งน่าจะแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า  

“สุรพงษ์” ชี้ยังมีเวลาหารือตั้ง ครม. ทางด้านความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชาชน นั้น  วันเดียวกัน  นพ.สุรพงษ์  สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย ทางสถานีวิทยุคลื่นเอฟเอ็ม 98 เมกะเฮิรตซ์กรณีการเลื่อนการแถลงข่าว 6 พรรค จับมือตั้งรัฐบาล เป็นวันที่ 19 ม.ค.ว่า เหตุที่เลื่อนแถลงข่าวไปนั้น เพราะ แกนนำพรรคหลายคนไปหาเสียงในการเลือกตั้งซ่อมวันที่ 20 ม.ค. ขอยืนยันว่า พรรคไม่ได้รออะไร ที่มีข่าวว่าแกนนำ พรรคไปหารือกับบางฝ่ายเรื่องการตั้งรัฐมนตรีนั้น ขอย้ำ ว่าเรื่องนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดและตัดสินใจ ต้องให้มีการประชุมสภาฯเกิดขึ้นก่อน จากนั้นจะเลือกประธานสภาฯและเลือกนายกฯ  ถึงช่วงนั้นแล้วจึงจะหารือเรื่องอื่นๆ เมื่อ ถามว่า ช่วงนี้มีข่าวว่าพรรคเตรียมบุคคลที่จะเป็นนายกฯสำรองไว้แล้ว นพ.สุรพงษ์ตอบว่า ตอนนี้มีข่าวปล่อยเยอะ ยืนยันว่าแกนนำพรรคไม่เคยพูดเรื่องนี้ เมื่อถามว่า การเลือกนายกฯพรรครอคำตอบจากต่างประเทศใช่หรือไม่ นพ.สุรพงษ์ตอบว่า ไม่ใช่ปัจจัย เพราะบุคคลที่จะตัดสินใจเลือกนายกฯ คือ กรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน และ พรรคร่วมรัฐบาล 

พปช.ยันคุมงานเพิ่มรายได้รัฐ-ฟื้น ศก. เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าแกนนำพรรค บางคนไปหารือกับพรรคประชาธิปัตย์เรื่องการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ นพ.สุรพงษ์ตอบว่า เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้ เมื่อถามว่า มีข่าวว่าพรรคจะทาบทามคนนอกเข้ามาเป็น ครม.ครึ่งหนึ่ง นพ.สุรพงษ์ตอบว่า ขอย้ำว่าพรรคจะดูแลกระทรวง สำคัญๆ อาทิ คลัง คมนาคม พาณิชย์ และท่องเที่ยวฯ โดยจะสรรหาบุคลากรให้มาทำงานเป็นทีมนี้ให้ดีที่สุด บุคคลเหล่านั้นมาช่วยงานพรรค แต่ไม่เคยเป็นข่าว แต่ระดับวงในพรรคนั้น รู้กันอยู่ ขอย้ำว่าพรรคจะเลือกสิ่งที่ ดีที่สุดให้ประชาชนมั่นใจ เพราะ 6 เดือน จากนี้ไปต้องแก้ไขปัญหาค่าใช้จ่ายภาครัฐ การลงทุนเมกะโปรเจกต์ การกระตุ้นการท่องเที่ยวและการทำให้ประชาชนมีรายได้อย่างเร่งด่วน สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยการกระตุ้นเศรษฐกิจ ฉะนั้น รายชื่อต่างๆที่เป็นข่าวในช่วงนี้อาจมาจากคนที่ไม่รู้จริง 

ชงที่ประชุม ส.ส.โหวตประธานสภาฯ  เมื่อถามว่า ตกลงนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้า พรรคพลังประชาชนจะไปเป็นประธานสภาฯแน่นอนแล้วใช่หรือไม่ เลขาธิการพรรคพลังประชาชนตอบว่า เรื่องรายชื่อประธานสภาฯจะได้มีการหารือและขอความเห็นชอบร่วมกันในที่ประชุม ส.ส.ของพรรคในวันที่ 21 ม.ค. ซึ่งนายยงยุทธก็เป็นผู้หนึ่งที่จะมีผู้เสนอรายชื่อขึ้นดำรงตำแหน่ง ดังกล่าวด้วย มาถึงตอนนี้ตนมั่นใจว่ากระบวนการจัดตั้งรัฐบาลจะเดินหน้าไปตามกำหนดการ ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา จะสรุปตัวรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ข่าวที่ปรากฏตามสื่อ มวลชนเป็นเพียงความเห็นของแหล่งข่าวที่แตกต่างกันไป คาดว่า จะสามารถสรุปเรื่องตัวบุคคลกันได้ประมาณสัปดาห์ หน้า ส่วนกรณีที่ กกต.มีมติรับรองสถานภาพ ส.ส.ของนาย ยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนแล้ว นพ.สุรพงษ์ตอบว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีที่บุคลากรของพรรคจะได้ทำหน้าที่ต่อไป เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า นายยงยุทธ ถูกวางตัวให้เป็นประธานสภาฯ จะนำมาพิจารณาเป็นลำดับ ต้นๆหรือไม่ นพ.สุรพงษ์ตอบว่า จะต้องรอวันที่ 21 ม.ค.ที่จะมีการปฐมนิเทศ ส.ส.ใหม่ของพรรคก่อน จึงจะได้ผลสรุป อย่างไรก็ตาม นอกจากนายยงยุทธแล้วก็ยังมีชื่อของรองหัวหน้าพรรคคนอื่นๆด้วย เช่น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ซึ่งทุกชื่อที่เอ่ยมานั้น ล้วนแต่เป็นแคนดิเดตได้ทั้งนั้น 

“เฉลิม” มท.1 “เด็กเพ้ง” ซิวคมนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชาชนว่า สำหรับความคืบหน้าในการจัดโผ ครม.นั้น ขณะนี้แกนนำระดับสูงของพรรคได้มีการจัดวางตัวบุคคลคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว โดยมีรายงานว่าหลายตำแหน่งที่ค่อนข้างนิ่งแล้ว อาทิ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เป็นรองนายกฯควบ รมว.พาณิชย์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็น รมว.มหาดไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค เป็น รมว.ยุติธรรม นายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 2 ในฐานะคนสนิทของนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีต รมว.คมนาคมและอดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เป็น รมว.คมนาคม

“ทักษิณ” พูดตามหลักการไม่ใช่ส่งสัญญาณ วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.10 น. ที่พรรคพลังประชาชน นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน และที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศระบุว่านายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ส่งสัญญาณ แต่เป็นการพูดตามหลักการที่พรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างมากต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และหัวหน้าพรรคนั้นก็ต้องเป็นนายกฯ ส่วนที่พรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินแถลงเข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชาชนนั้น พ.ต.ท. ทักษิณคงรับทราบ เพราะได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองทางอินเตอร์เน็ตอยู่ตลอด ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่นายบรรหารไม่ยืนยันว่าจะสนับสนุนให้นายสมัครเป็นนายกฯจะเป็นปัญหาหรือไม่ นายนพดลตอบว่า ไม่มีปัญหา ท้ายที่สุดคิดว่าจะสนับสนุน ส่วนตัวไม่อยากให้มองว่าเป็นการต่อรอง แต่อยากให้คิดว่าเป็นการมาทำงานร่วมกันมากกว่า ส่วนโควตารัฐมนตรีนั้น ต้องจัดสรรตามสัดส่วน ส.ส.ของแต่ละพรรคอยู่แล้ว ในวันนี้ทางพรรคจะส่งหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการไปถึงทุกพรรค เพื่อเป็นการให้เกียรติ และหลังจากนั้นต้องมีการพูดคุยถึงวาระการทำงาน 

เด็กเจ๊หน่อยปัดเดินเกมสกัด “สมัคร”  ทางด้านนายสุวัฒน์ วรรณศิริกุล ประธานภาค กทม. เปิดเผยว่า ในกลุ่ม ส.ส.กทม.ขณะนี้มีความไม่สบายใจ เนื่องจากมีการปล่อยข่าวว่าทางกลุ่มไม่พอใจและไม่ต้องการให้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พปช.) ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถือเป็นการใส่ร้ายป้ายสีกลุ่ม กทม. ทั้งที่ไม่เป็นความจริง และเป็นไปไม่ได้ เพราะพรรคพลังประชาชนที่มีนายสมัครเป็นหัวหน้าพรรค ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนและได้รับคัดเลือกมาเป็นเสียงข้างมาก ถือเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้ นายสมัครมีคุณสมบัติครบในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากกว่าคนในขณะนี้ จึงอยากวิงวอนผู้ที่ออกมาปล่อยข่าวให้เกิดความแตกแยกว่าให้เห็นแก่ประโยชน์ ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวหรือกลุ่มบุคคล ขอยืนยันว่า ส.ส.กทม.สนับสนุนให้นายสมัครซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีข้อแม้หรือข้อทักท้วงใดๆ อยากขอร้องผู้ออกมาปล่อยข่าว โดยเฉพาะที่มีการพาดพิงไปถึงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เพราะคุณหญิงไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องอะไรด้วย อย่านำไปเกี่ยวโยงจนทำให้เกิดปัญหา อีกอย่างคุณหญิงสุดารัตน์เองก็เป็น 1 ใน 111 คน ที่ไม่ สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองได้ด้วย วันนี้จึงขอให้ทุกคนมองประโยชน์ของประเทศมากกว่าอย่างอื่น 

เผยเพื่อแผ่นดินได้ รมต. 4 เก้าอี้ วันเดียวกันที่พรรคเพื่อแผ่นดิน นายจิรายุ วสุรัตน์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ในเบื้องต้นทราบว่าพรรคได้รับการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ 2 ตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการ 2 ตำแหน่ง และรองนายกฯ อีก 1 ตำแหน่ง แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นกระทรวงใดบ้าง และใครจะอยู่ในตำแหน่งใด โดยพรรคได้มอบหมายให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรค เป็นผู้ตัดสินใจและเจรจากับพรรคพลังประชาชนเพียงผู้เดียว ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องตกลงกันแล้วจึงกลับมาหารือภายในพรรค ทั้งนี้ เห็นว่าพรรคมีเหตุผลชอบธรรมที่จะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม การเข้าไปดูแลปัญหาภาคใต้อาจไม่จำเป็นต้องเข้าไปเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงก็ได้ เพราะตำแหน่งหน้าที่อื่นก็สามารถดูแลแก้ไขปัญหาภาคใต้ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งกรรมาธิการที่ดูแลรับผิดชอบปัญหาภาคใต้ หรือแม้กระทั่งตำแหน่งผู้ช่วย รมว.มหาดไทยก็สามารถเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหานี้ได้เหมือนกัน 

“มั่น” ไม่สนเสียงต้าน ชี้เป็นเรื่องของ พผ.  ด้านนายมั่น พัธโนทัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการพรรคพลังประชาชน ระบุว่า หากนายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรค และนายมั่น เข้ามาเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล ส.ส.ทั้ง 7 คน ในกลุ่มนายประชา จะทำหนังสือคัดค้านไปยังหัวหน้าพรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อแผ่นดิน ว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าว ไม่หนักใจ เพราะเป็นเรื่องที่ ผู้ใหญ่ทั้ง 2 พรรคเป็นผู้พูดคุยประสานกันว่าใครจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ในเวลานี้ยังไม่ทราบเลยว่าใครจะได้รับ ตำแหน่งใด อย่างไรก็ตาม ไม่เข้าใจว่าทำไมกลุ่มนั้น ต้องกลัวกันไปก่อน ทั้งที่ตำแหน่งรัฐมนตรียังไม่ได้ข้อยุติ แต่อาจเข้าใจได้ว่าเพราะทางกลุ่มนั้น อาจเกรงว่าจะได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรปราการ ที่แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีนายวัฒนาเป็นแกนนำ และอีกกลุ่มคือกลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชาชน 

มัชฌิมาฯแอบลุ้นเพิ่มเก้าอี้  รมต.  ทางด้านพรรคมัชฌิมาธิปไตย วันเดียวกัน พ.ต.ท. บรรยิน ตั้งภากรณ์ รองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวว่า พรรคมัชฌิมาธิปไตยได้ ส.ส.เพิ่มเข้ามาอีก 3 ราย ก็ไม่ได้หมายความว่าพรรคจะนำจำนวน ส.ส.ที่ได้ไปต่อรองขอเก้าอี้รัฐมนตรีเพิ่ม เพราะเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพรรคพลังประชาชน ถ้าพรรคได้เพิ่มขึ้นก็ยินดี ถือว่าเป็นกำลังใจ อย่างไรก็ตาม พรรคมีบุคลากรที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรีได้อยู่หลายคน 

ส.ส.มอบอำนาจ “เจ๊เป้า” ร่วมรัฐบาล พ.ต.ท.บรรยินกล่าวว่า ในระหว่างที่พรรคมัชฌิมาธิปไตยยังไม่สามารถเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคได้ตามปกติ พรรคจะใช้วิธีการให้ว่าที่ ส.ส.ของพรรคทั้ง 6 คน ลงชื่อมอบอำนาจให้แก่นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรค เพื่อเป็นตัวแทนพรรคไปเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลในวันที่ 19 ม.ค.นี้ โดยวิธีดังกล่าวอาศัยบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ให้ ส.ส.มีเอกสิทธิ์ในการตัดสินใจ โดยไม่จำเป็นต้องทำตามมติพรรค เพื่อให้บรรดาพรรคร่วมรัฐบาล มีความมั่นใจในสถานะของพรรคมัชฌิมาธิปไตย  

“ชูวิทย์” เล่นไม่เลิกอัด “เติ้ง” ไร้สัจจะ  วันเดียวกัน ที่บริเวณด้านหน้าที่ทำการพรรคชาติไทย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวบริเวณหน้าที่ทำการพรรคชาติไทย โดยนำรูปนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ขนาดเท่าตัวจริง มาประกอบการแถลงข่าวด้วย โดยนายชูวิทย์ได้หันไปกล่าวกับรูปของนายบรรหารว่า รู้สึกอึดอัดใจไม่อยากจะมา แต่ที่ต้องมาเพราะสังคมเรียกร้อง ท่านสอนอยู่เสมอว่าเป็นนักการเมืองต้องพูดอะไรให้ออกได้สองทางอยู่เสมอ ถ้าออกทางเดียวจะไม่มีทางไป ซึ่งตรงข้ามกับคำขวัญของพรรคที่ตั้งไว้ ส่วนการแถลงข่าวเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนของนายบรรหาร เป็นแบบปากสั่น ลิ้นคับ น้ำตาคลอ วันนี้ท่านวัยใกล้ 80 ปีแล้ว ยังต้องการอะไรอีก นายกรัฐมนตรีก็เคยเป็นมาแล้ว คนที่ตั้งฉายาให้เป็นหลงจู๊ เขาคงมองเห็นว่าแตก ต่างกับคำว่าเถ้าแก่อย่างไร 

ขู่ป่วนงานแถลงข่าวร่วมรัฐบาล  “ผมเคยอ่านประวัติท่านบอกว่าเคยเป็นช่างตัดเสื้อ เมียขายขนม เป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นมาแล้ว วันนี้ ท่านยังต้องการอะไรในชีวิตอีก วัยอย่างท่านถือว่าเป็นอาวุโสที่จะต้องยกย่องบูชา เพราะฉะนั้นให้ระวังที่ไปร่วมกับพรรคพลังประชาชน ท่านจะจบชีวิตทางการเมือง” นายชูวิทย์กล่าว  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ยังได้ระบุว่าในการแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันของ 6 พรรคการเมือง ที่โรงแรมสุโขทัย ในวันที่ 19 ม.ค. เวลา 14.00 น. จะเดินทางไปป่วน โดยอาจนำอาหารที่ทำจากปลาไหลเข้าไปในงานด้วย

“หนูนา” กรี๊ดเตรียมฟ้องหมิ่น  ด้าน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวตอบโต้นายชูวิทย์ว่า ส่วนตัวไม่มีความเห็นกับพฤติกรรมของคนนี้อยู่แล้ว อยากทำอะไรก็ทำไป แต่อยากให้พึงสังวรว่ายังมีกฎหมายหมิ่นประมาทอยู่ และขณะนี้กำลังให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาดำเนินการฟ้อง ร้องเอาผิดในข้อหาหมิ่นประมาท ส่วนการที่นายชูวิทย์ ได้ขุดประวัติอดีตของบิดามารดาขึ้นมาเปรียบเปรยนั้น อยากบอกว่าอาชีพตัดเสื้อผ้าเป็นอาชีพสุจริต มันเสียหายตรงไหน ตนยังไม่เคยไปประณามคนบางคนที่ทำอาชีพที่สังคมรังเกียจ และถ้าไม่มีช่างตัดเสื้อถามว่าคุณจะมีเสื้อใส่หรือไม่ 

ปัดไม่ดำรงตำแหน่ง รมต.ในรัฐบาล  ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการจับตามองถึงตำแหน่งรัฐ-มนตรีว่าจะมีบุคคลใกล้ชิดและบุตรของนายบรรหาร รับตำแหน่งแน่นอน น.ส.กัญจนาตอบว่า เรื่องของคนอื่นไม่ขอพูด แต่สำหรับตนจะไม่มีตำแหน่งใดๆทั้งสิ้นในรัฐบาลชุดนี้ และรับรองว่าจะไม่มีชื่อกัญจนาเป็นรัฐมนตรีอย่างแน่นอน ซึ่งไม่เกี่ยวว่าเป็นเพราะพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่โดยวิสัยของตนแล้วไม่ชอบมีตำแหน่ง แต่ครั้งที่แล้วรับตำแหน่งด้วยเหตุบางประการ ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ใช่กลัวโดนวิพากษ์วิจารณ์ หากมั่นใจก็จะไม่กลัว แต่เมื่อเลือกได้ที่จะไม่เป็น ก็ขอไม่เป็นดีกว่า ซึ่งได้แจ้งนายบรรหารทราบแล้ว ท่านยอมรับว่าการที่ตนปฏิเสธตำแหน่งครั้งนี้เป็นการเปิดทางให้ผู้ใหญ่คนอื่นของพรรคไปโดยอัตโนมัติ 

“อวยชัย” จวก “บรรหาร” ยอมสยบมาร ด้านนายอวยชัย วะทา อดีตผู้สมัคร ส.ส.แบบสัดส่วน พรรคชาติไทย กล่าวว่า รู้สึกรับไม่ได้กับการประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมรัฐบาลพรรคพลังประชาชนของนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย โดยสัปดาห์หน้าจะเรียกประชุมเครือข่ายภาคประชาชนที่ จ.ขอนแก่นเพื่อหารือถึงเรื่องการลาออกจากพรรคชาติไทย โดยสหพันธ์ สหกรณ์ภาคเกษตรอีสานและองค์กรภาคประชาชนทั้งหมดที่เคยสนับสนุนพรรคชาติไทย จะขอยุติบทบาทตรงนี้เพราะเหตุผลของนายบรรหารไม่ใช่เหตุผลที่ต้องการทำเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง แต่เป็นเพียงสูตรสำเร็จของพรรคที่อยากเข้าร่วมรัฐบาลเท่านั้น 

 “เหวียง” มั่นใจ พปช.ตั้งรัฐบาลฉลุย  วันเดียวกัน พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) กล่าวว่า ในการแถลงจัดตั้งรัฐบาล 6 พรรค โดยมีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำในวันที่ 19 ม.ค.นั้น แกนนำพรรคจะต้องหารือกันว่าจะส่งใครไปเป็นตัวแทน เพราะต้องรอดูว่าพรรคอื่นจะจัดอย่างไร เชื่อว่าหลังพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนแล้ว การจัดตั้งรัฐบาลจะนิ่งขึ้น เพราะเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้เพิ่มมากขึ้น โดยหลักการแล้ว การรวมเสียงให้ได้มากที่สุด จะสร้างความมั่นคงในการจัดตั้งรัฐบาลได้มากกว่าเสียงน้อย ส่วนเรื่องการเจรจาต่อรองโควตาเก้าอี้นั้น ยังมีต่อรองกันอีกบ้าง เพราะยังมีเวลา ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ “สำหรับโควตาของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ยังต้องต่อรองกันอีกเช่นกัน ที่เคยบอกว่า พรรคอยากได้ถึง 3 ที่นั่งนั้น ตอนนี้คงไม่ได้แล้ว นอกจากจะพิเศษจริงๆ แต่คิดว่าคงไม่ได้ ตอนนี้ได้แค่ 2 ที่นั่ง ก็ถือว่าแถมอยู่แล้ว ส่วนกระแสข่าวพรรคพลังประชาชนเตรียมพิจารณาเก้าอี้กระทรวงพลังงานหรือกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งเป็นกระทรวงด้านเศรษฐกิจให้นั้น คิดว่าเรื่องนี้ไม่ยาก ถ้าเรามีพื้นฐาน และคนในพรรคก็มีสติ ปัญญาสามารถทำงานได้และติดตามงานด้านนี้มาตลอด”   

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: