ใครทำร้ายประเทศไทย?

ได้มีโอกาสไปชมบอลเกาะติดสนาม “เรือใบสีฟ้า” ซึ่งเป็นการเยือนของ “ทอตแนม ฮอตสเปอร์” โดยที่แมนซิตี้ได้คว้าชัยชนะในถิ่นตัวเอง ไป 2 ประตูต่อ 1  ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ชัยชนะหลังจากที่เคยยัดเยียดความพ่ยแพ้ให้ “ผีแดง” ที่ผ่านมาครั้งล่าสุด ทำให้ได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขอีกครั้ง ของประธานสโมสร ดร.ทักษิณ ชินวัตร หลังจากบินกลับมาจากเมื่องไทย เพื่อต่อสู้กับคดีความต่างๆที่ คตส.ซึ่งเป็น หน่วยงานที่ถูกแต่งตั้งขึ้นโดยรัฐบาลกลุ่มหทารที่เข้ายึดอำนาจ ตั้งแตวันที่่ 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา 

 dscn7280.jpgdscn7291.jpg

ในขณะเดียวกันเหตุการณ์ในเมืองไทย การรวมตัวเพื่่อต่อต้านระบบ “ทักษิณ” ที่ยังคงเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มเดิมที่แต่งตั้งตนเองว่า “กลุ่มพันธมิตรฯ” ที่ปลุกกระแสกลุ่มคน โดยที่แกนนำต่างๆ ไม่ว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุลที่เริ่มจุดประเด็นในรายการของตนเอง “ยามเฝ้าแผ่นดิน” นายสุริยใส กตะศิลา ที่ออกมารับลูกกันเป็นช่วงๆ ที่จะมีการจัดการชุมนุม ในยามที่บ้านเมืองกลับคืนสู่ประชาธิปไตย โดยมีลุงหมัก เป็นหัวเรือใหญ่

นช่วงที่รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งซึ่งไร้เสถียรภาพเพราะความไม่เป็นประชาธิปไตย แต่กลับไม่มีแม้เงาของกลุ่มคนเหล่านี้ออกมาคัดค้าน ยิ่งเห็นสายสัมพันธ์ต่างๆของกลุ่มคนเหล่านี้ ที่มีสัมพันธมิตรแบบแนบชิดและความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองเก่าแก่ด้วยแล้ว ทำให้อดคิด ถึงสำนวน “ขี้แพ้ชวนตีไม่ได้”

กลับไปอ่านข้อเขียนเก่าๆ และนักวิเคราะห์การเมืองของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยิ่งเห็นชัดว่า ทำไม คนของ พปช.จะชนะการเลือกตั้งทุกครั้งไป เพราะประชาชนและประเทศไทยถูกทำร้ายมานาน ลองอ่านดูว่าใครคือผู้ทำร้ายประเทศไทย

ไทยรัฐ – ข่าวการเมืองวิเคราะห์ 17 มี.ค.2551

“นักการเมืองหน้าโง่”ไม่แน่ใจว่านิยามศัพท์แรงๆแบบนี้ของ “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่กล่าวในรายการสนทนาประสาสมัคร ปะทุอารมณ์กับการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนกรณีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ยุติบทบาทผู้ว่าฯ กทม.

กินความกว้างไกลแค่ไหนแต่ที่แน่ๆ แม้แต่คนฝ่ายเดียวกันเองยังพูดลับหลังว่า ไม่ใช่เรื่องฉลาดเลย กับความเคลื่อนไหวของนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ในการตั้งกลุ่ม “มหาชนร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตย”ประกาศเจตนารมณ์ชัด จะระดมพลเครือข่ายคนรัก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคลื่อนไหวตอบโต้การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ม็อบไล่ “ทักษิณ” ที่เตรียมเคลื่อนไหวครั้งแรกในวันที่ 28 มีนาคม ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งธงเผชิญหน้าแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่ได้มีเหตุผลอะไรมากไปกว่าการตอบโต้กันแบบมึงแรงมา กูแรงไป

ก็ไม่แปลกที่เหล่าขุนพลอยพยักจะถูกทักว่า มีสมองคิดได้แค่นี้เองหรือเปรียบกับท่าทีสุขุมลุ่มลึก เสียงหล่อๆของนายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำพันธมิตรฯ ออกมาโฆษณา ขณะนี้มีกระแสตอบรับเข้าร่วมจำนวนมาก คงเป็นเพราะการเคลื่อนไหวยึดมั่นแนวทางสันติวิธี และกรอบรัฐธรรมนูญ  

ลีลาจุดกระแสสร้างความชอบธรรม เนียนผิดกันถ้าไม่บังเอิญความแตกซะก่อน กับคิวแฉทะลุกลางปล้องของนายสมจิตร งุ่ยไก่ ประธานสหกรณ์ชาวสวนยาง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุกันโต้งๆเลยว่า หลังจากแกนนำพันธมิตรฯประกาศชุมนุมในวันที่ 28 มีนาคม ปรากฏว่าหัวคะแนนของพรรคการเมืองหนึ่ง ออกเดินสายทาบทามประชาชนในพื้นที่ตำบลคลองวาฬ ตำบลอ่าวน้อย ตำบลบ่อนอก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

ขอให้ไปร่วมชุมนุมประท้วงและทำกิจกรรมที่กรุงเทพมหานคร มีค่าตอบแทนรายวันให้วันละ 200 บาท พร้อมอาหารครบ 3 มื้อ

สำทับด้วยนายเผชิญ เกตุแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์บ้านเกิด บ้านหนองหญ้าปล้อง ตำบลอ่าวน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก็ออกมาแฉดังๆว่า หัวคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ติดต่อขอให้นำประชาชน ในกลุ่มไปร่วมทำกิจกรรมกับแกนนำพันธมิตรฯ มีค่าตอบแทนรายวันให้

“การเชิญชวนประชาชน ในลักษณะดังกล่าวเคยได้รับความนิยมอย่างสูงเมื่อสองปีก่อน และเป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้านบางกลุ่มที่ได้เดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อเที่ยวฟรีกินฟรี แต่ภายหลังต่อมาทราบว่าประชาชนมีความขัดแย้ง กับหัวคะแนนบางรายเพราะอมค่าแรงรายวัน”

พร้อมๆกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบล เชียรใหญ่ อำเภอเชียรใหญ่ ในคิวประชุมใหญ่สามัญประจำปี สาขาพรรคประชาธิปัตย์ เขต 3 นครศรีธรรมราช มีคนชื่อคุ้นๆอย่างนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ หรืออีกสถานะที่รู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง ในนามแกนนำพันธมิตรฯม็อบไล่ “ทักษิณ” เข้าร่วม ไฮไลต์อยู่ที่คิวนายสมเกียรติปราศรัยว่า ภาคใต้ไม่ทำให้พันธมิตรฯ ว้าเหว่ พรรคไทยรักไทยกำเนิดไม่กี่ปี แต่สามารถครอบครองประเทศไทยได้ ไม่น่าเชื่อ แต่มีภาคเดียวที่ไม่ให้พรรคไทยรักไทยเกิดคือภาคใต้ คนภาคใต้ทำให้พรรคไทยรักไทยถูกยุบ

“พันธมิตรฯต้องการล้มระบอบทักษิณที่รักของคนอีสาน คนภาคเหนือและภาคกลางบางกลุ่ม และเป็นที่น่ารังเกียจของคนภาคใต้ อยากให้ทุกคนพร้อมกันไปล้มระบอบทักษิณอีกรอบ ยินดีต้อนรับนักรบศรีวิชัย ต้อนรับพันธมิตรลุ่มน้ำปากพนัง ในวันที่ 28 มีนาคม

เราจะร่วมกันล้มผู้ชักใยและระบอบหุ่นเชิด วันนี้ระบอบทักษิณมีสิ่งพะรุงพะรังมาก นายสมัครเป็นรัฐบาลศรีธนญชัยแห่งเอเชีย อยู่เหนือกฎหมาย จึงทำให้พันธมิตรฯต้องไปธรรมศาสตร์ ร้องขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่า 3 รัฐมนตรีและนายสมัครที่ถูกชี้มูล พันธมิตรฯขออนุญาตพรรคประชาธิปัตย์ให้โค่นล้มทักษิณอีกรอบ”ที่สุดความจริงก็เปิดเผย ใครอยู่เบื้องหลังชักใย ใครแอบแตะมือ วางแผนป่วนกันยังไงระดับสมองคิดได้ไม่ต่างกันเลย.

ไทยรัฐ-หมัดเหล็ก- 6 ธ.ค.2550

วันนี้ต้องขอเอ่ยนามถึง คุณบุญูชู โรจนเสถียร ที่ล่วงลับ เจ้าของฉายา ซาร์เศรษฐกิจ อันลือลั่น ด้วยความเคารพ จะขอยกเป็นหนังตัวอย่าง ความผิดพลาดในการบริหารงานทาง ด้านเศรษฐกิจของประเทศที่ทำเอาชาติบ้านเมืองพังมาแล้ว

คุณบุญชูได้ให้สัมภาษณ์พิเศษหนังสือ แทบลอยด์ ไทยโพสต์ ไว้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ปี 2543 เวลาล่วงเลยมาแล้ว 7 ปี หลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจการเงินมา 3 ปีเริ่มต้นที่ว่าฝุ่นเริ่มหายตลบ ทุกฝ่ายกลับมาทบทวนความเสียหายทางเศรษฐกิจประเทศ ต้นตอมาจากไหนกันแน

คุณบุญชูสรุปไว้ได้น่าฟังว่า “ปัญหาที่เกิดขึ้นกระทบกับธุรกิจ ที่ไปกู้ยืมเขามา ยกตัวอย่างกรณี คุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ตอนกู้มาเหรียญละ 25 บาท จู่ๆเราปล่อยให้ค่าเงินตราลอยไปที่ 40-50 บาท เขาต้องขาดทุนมหาศาล…ผิดที่เขาหรือ”

“6-7 ปีที่แล้วไม่เคยได้ยินคำว่า เอ็นพีแอล จู่ๆไปเอามาตรฐาน บีไอเอส มาจาก ไอเอ็มเอฟ ซัดกันใหญ่ใครจะไปอยู่ได้ ต้องสำรอง ต้องตัดบัญชี เคยมีกำไรอยู่ก็ขาดทุน แล้วมาบังคับ ให้ชำระหนี้ตามกำหนด ต้องหาเงินส่งออกนอกประเทศอย่างเดียว แม้กระทั่งทุนในตลาด หลักทรัพย์…ใครทำผิด”

“เขามาอ้างบิ๊กจิ๋วทุกเรื่อง อยากจะถามว่าวันที่จิ๋วเขาส่งมอบมีเงินคงคลังเท่าไหร่ เดี๋ยวนี้เหลือ เท่าไหร่ เท่าที่จำได้วันที่รับมอบมีอยู่ 3 แสนกว่าล้าน วันนี้เหลือ 5 หมื่น-6 หมื่นล้าน (ปี 2543) ดีขึ้นหรือเลวลง”

จิ๋วทำหรือใครทำ“รัฐบาลที่เข้ามาแก้ปัญหาตอนนั้น เป็นรัฐบาลร่วม 6 พรรค…เรื่องสถาบันการเงิน ตอนที่จิ๋ว ส่งมอบยังไม่ได้ปิด แค่หยุดกิจการเพื่อสะสางหนี้ แต่รัฐบาลใหม่เข้ามาปิด 56 สถาบันการเงิน เหลือแค่ 2 แห่ง”

“ประกาศนโยบายแยกหนี้ดีหนี้เสียออกทันที แต่กลับเอาไปดองไว้อย่างนั้น ยังไม่พอ เอาไป ทำเป็นก้อนโตๆ คละกันแล้วขายในราคาถูกอีกต่างหาก”

“ฝรั่งมาซื้อไปหมด คนไทยไม่ได้มีโอกาสแก้ตัวเลยแม้แต่น้อย เสร็จแล้วมีคนไทยที่ไปเข้าหุ้น กับฝรั่งย้อนมาซื้อ ทำกำไร คนได้ประโยชน์ ก็เงียบ ผมเคยเช็กตอนที่เป็นกรรมาธิการผู้แทนฯ ให้ชี้แจงวันรับกองทุนฟื้นฟูมีฐานะอย่างไร มีหนี้เท่าไหร่ เพิ่มขึ้นอย่างไร เหลือทรัพย์สิน เท่าไหร่…เงียบ”

“ไม่ได้มีการปฏิบัติตามนโยบายที่เขียนไว้เลย แม้แต่เรื่องสำคัญที่จะทำอย่างไรให้สถาบันการเงิน กลับมาเริ่มทำหน้าที่ธุรกิจที่กำลังเป็นไข้ ควรให้ธนาคารพาณิชย์รับช่วงอุ้มต่อไป ไม่ควรทิ้ง อย่างที่ทิ้งอยู่เดี๋ยวนี้”“ที่เอาไปขายก็บังคับขายให้ฝรั่ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้พยายามสู้ ให้ลดอิทธิพลฝรั่ง แต่นี่มันย้อนกลับ แล้วมาพูดว่าแบงก์ไม่ร่วมมือ ใครจะร่วมมือ ก็ฆ่าเขานี่”

เฮ้อ คงจะนึกภาพออกว่า ใครเป็นตัวจริงทำเศรษฐกิจพังกันแน่ เท่านั้นยังไม่พอ ถึงคราว เศรษฐกิจหัวคะมำ กระโจนหนี ปัดความ รับผิดชอบเอาดื้อๆ พอเศรษฐกิจทำท่าจะฟื้นก็กระโจน เข้าใส่ เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น เป็นงานถนัด ถ้ายังไม่ถึงบางอ้อ ก็ไปหาแทบลอยด์ ไทยโพสต์ ์ที่ผมระบุข้างต้นอ่านดู

แล้วจะเห็นความเนียนของนักการเมืองพรรคนี้. 

%d bloggers like this: